ากลับผุดขึ้นมาในใจ ตอนนี้ความเคร่งเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไปแล้ว ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะจับจ้องในสนามอีกครั้ง
“ไอ้สารเลว ไอ้สวะ แกคิดว่าแกเป็นใคร หรือแกจะเอาแต่หลบอยู่ในรูเหมือนหนู?”
“ไม่เสียแรงที่เป็นคนชาติเดียวกัน แต่ละคนนั้นขี้ขลาด โง่เขลา ไม่กล้าเผชิญหน้า!”
ไม่ผิดจากที่อู่จื่อโจวคาดคิดไว้ ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จั่วจู้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว ตอนนี้อีกฝ่ายตะโกนด่าพลางโจมตีไปด้วย ทว่าในตอนนี้พลังในการโจมตีของเขาแผ่วลงเรื่อยๆ ความกดดันที่มีต่อเฉินเฟิงจึงน้อยลงด้วยเช่นกัน
“หึ หลอกตัวเอง หากไม่ใช่เพราะนายฉีดยาพันธุกรรมเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ล่ะก็ ตอนนี้นายตายไปแล้ว!”
เฉินเฟิงเผยยิ้มเยือกเย็นก่อนเอ่ยเยาะเย้ย “แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นนายจะทำอะไรฉันได้? เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์ฉันก็ฆ่านายอยู่ดี!”
“ไอ้สวะ ตายซะเถอะ!”
คำพูดของเฉินเฟิงเป็นดั่งมีดที่ทิ่มแทงจิตใจแล้วจั่วจู้จะรับได้อย่างไร เขาจึงคำรามออกมา ความเร็วของเขาทะยานขึ้นในพริบตาแล้วพุ่งเข้าไปหาเฉินเฟิงก่อนที่ท่าไม้ตายแบ่งคลื่นจะถูกใช้อีกครั้ง
ไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มากนัก ดาบของจั่วจู้วาดผ่านแผ่นหลังของเฉิงเฟิงไปอย่างฉิวเฉียด และก็เพราะความฉิวเฉียดนี้ทำให้อารมณ์ของจั่วจู้ปะทุแรงขึ้นเรื่อยๆ
“แค่นี้หรือ?”
เฉินเฟิงตะโกนขึ้นมาราวกับเสียงฟ้าคำราม จากนั้นเขาก็หมุนตัวดึงหมัดขวากลับดั่งปืนยาว กระบวนท่านี้คือจุดตายของท่าหักแม่น้ำ
จั่วจ