้ออึงไปหมดแล้ว บางคนที่ขี้ตกใจหน่อยถึงขั้นเป็นลมหมดสติเพราะเสียงคำรามของเฉินเฟิง
ตอนนี้เวลานี้ ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนในสนามล้วนสัมผัสได้ถึงความโกรธที่แฝงอยู่ในเสียงคำราม
ใช่แล้วล่ะ เฉินเฟิงโกรธแล้วโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จู่ๆเขาก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้ เป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับเขา และเพราะเหตุนี้ทำให้เฉินเฟิงคลุ้มคลั่งอย่างในตอนนี้
เย่หนานเทียนผู้เป็นอาจารย์ของเฉินเฟิงเคยบอกว่าบทที่ออกัสตัสและผู้แข็งแกร่งหลายคนรุมโจมตีเขาก็เพราะว่าอิทธิพลของรัฐบาลประเทศหนึ่งแพร่งพรายข้อมูล สุดท้ายทำให้เย่หนานเทียนต้องเสียขาทั้งสองข้าง
ทว่าท่ามกลางมืออาชีพที่รุมโจมตีเย่หนานเทียนในตอนนั้นดันไม่มีจอมยุทธ์ของประเทศญี่ปุ่นอยู่ด้วย แล้วคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ที่หาตัวจับยากอย่างจั่วจู้ได้กลับฉีดยาพันธุกรรม
ทั้งนั้นทั้งนี้หากไม่ใช่คนที่โง่เขลาเกินไปคงเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆแล้ว และก็เพราะเฉินเฟิงเข้าใจแล้วเขาจึงเกลียดแค้นรัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นถึงที่สุด
ทว่าเฉินเฟิงรู้ว่านี่คือการแข่งขัน ไม่ควรใช้อารมณ์เป็นหลัก เรื่องทั้งหมดรอจบการแข่งขันค่อยว่ากันอีกที
การแข่งขันรอบที่แล้วเป็นการดวลกันระหว่างจั่วจู้และเทียนอิง ผลสุดท้ายเทียนอิงขาหักไปข้างหนึ่งอีกทั้งจั่วจู้เห็นดังนั้นยังเอ่ยเยาะเย้ยอย่างสะใจ คำพูดเหล่านั้นล้วนเป็นการดูถูกประเทศหวาซึ่งทำให้เฉินเฟิงโมโหมากจนแทบจะฆ่าจั่วจู้ให้ตายเดี๋ยวน