บปวดจากช่วงแขนราวกับถูกเหล็กเผาลวกจนเกิดอาการสั่นเล็กน้อย
เฉินเฟิงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขารู้สึกแขนแข็งกระด้างและมีอาการชาเป็นพักๆจนถึงขั้นเจ็บปวดเล็กน้อย
เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ทั้งสองคนอึ้งไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จั่วจู้อึ้งเพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายแบ่งคลื่นแต่ผ่าคลื่นลมก็เป็นท่าที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ไม่เพียงแต่ทำอะไรเฉินเฟิงไม่ได้ ตัวเขาเองกลับเกือบได้รับบาดเจ็บ เขาจะไม่อึ้งได้อย่างไร
ด้านเฉินเฟิงก็อึ้งไม่แพ้กัน เท่าที่ดูมาเขาคิดว่าพลังภายในของจั่วจู้นั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก คลื่นทั่วไปจะเป็นคลื่นต่อคลื่นและคลื่นจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ หากเขาไม่รู้มาก่อนคงบาดเจ็บหนักแน่
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนนานทว่าความจริงแล้วเกิดขึ้นในชั่วพริบตาราวกับสายฟ้าฟาด ความคิดของทั้งสองคนก็ผ่านไปในชั่วพริบตาเช่นกัน
เฉินเฟิงไม่ลังเล พลังถูกส่งไปที่ขาจากนั้นก็เตะออกไปยังช่วงน่องของจั่วจู้
จั่วจู้ก็ตอบสนองโดยการขยับหลบได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ก้าวเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าวแล้วฟันดาบในมือไปที่ศีรษะของเฉินเฟิงครั้งหนึ่ง อานุภาพของดาบนี้มากกว่าครั้งก่อนหน้านี้เสียอีก
ในครั้งนี้เฉินเฟิงก็ไม่มีการขยับหลบเหมือนเดิม ทว่าเขายกแขนซ้ายขึ้นมาเป็นกำบัง ส่วนมือขวาก็ชกออกไปที่หน้าของจั่วจู้
กระบวนท่านี้ของเฉินเฟิงเป็นการรวมฟ้าดินเข้าด้วยกัน หากฆ่าศัตรูพันคนต้องตายแปดร้อยคน ทว่าจั่วจู้ไม่กล้าพนัน เพราะถึงแม้ดาบนี้ของเขาจะ