นคือเทียนอิงที่พ่ายแพ้ให้กับจั่วจู้เมื่อวานจนขาหักไปข้างหนึ่ง!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูตลกชะมัด!”
เทียนอิงเพิ่งมาถึงสนามก็มีเสียงซุบซิบดังมาจากผู้ชมรอบด้าน ส่วนใหญ่คือเสียงหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน เทียนอิงกระโดดไปยังที่นั่งของตนโดยไม่สนใจเรื่องพวกนี้
ขณะนั้นเองราวกับจั่วจู้สัมผัสได้ เขาจึงเปิดเปลือกตาก่อนจะเอ่ยเยาะเย้ย “คนที่ไร้ความสามารถอย่างนาย มาที่นี่เพราะอยากจะปลิดชีวิตตัวเองต่อหน้าฉันสินะ!”
“หึ ไอ้ญี่ปุ่นฉันจะคอยดูว่าเฉินเฟิงจะจัดการกับแกยังไง!”
พูดจบเทียนอิงก็ไม่ได้สนใจเขาอีก หันหลังเดินกลับไปยังที่นั่งของตน
“รอฉันจัดการกับเฉินเฟิงก่อน แล้วแกคือคนถัดไป!”
จั่วจู้หัวเราะเสียงเย็นพลางหยัดตัวขึ้น พิธีกรที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำมาถึงสนามแข่งขันแล้ว
“สวัสดีทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่สนามของการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลก การแข่งขันดำเนินไปกว่าครึ่งแล้ว ช่วงนี้คือช่วงที่น่าตื่นตาตื่นใจหนึ่งในสี่ของการแข่งขัน การแข่งขันในรอบนี้จะเป็นการพบกันระหว่างเฉินเฟิงจากประเทศหวาและจั่วจู้จากประเทศญี่ปุ่น การแข่งขันรอบที่แล้วหลู่หม่าจากชนเผ่าอินเดียได้รับบาดเจ็บจนทำให้วิลเลียมเป็นฝ่ายชนะและเข้ารอบ เช่นนั้นการแข่งขันในรอบนี้จะเป็นอย่างไร?”
ถือว่าพิธีกรช่างเล่นแง่พอสมควรก่อนเอ่ยต่อ “ผมคิดว่าทุกคนคงตั้งหน้าตั้งตารอการแข่งขันในรอบนี้มาอย่างยาวนาน จั่วจู้จากประเทศญี่ปุ่นพร้อมแล้ว ลำดับต่อไปขอเชิญเฉินเฟิงขึ้นสู่เวที