ถ้วนแล้ว แต่ว่าวันนี้ฉันไม่ฆ่านายหรอก ฉันจะไว้ชีวิตนายเพื่อให้เพื่อนฉันเป็นคนจัดการนายเอง!” เฉินเฟิงตอบโต้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“หื้ม!!!”
เทียนอิงที่นั่งอยู่บริเวณที่นั่งสำหรับผู้ชม เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟิงก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวพลางหายใจหอบถี่ เขารู้ว่าเฉินเฟิงกำลังให้กำลังใจเขาและไว้หน้าเขา จนเขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นในใจ
จั่วจู้ชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเทียนอิงพลางเอ่ยเยาะเย้ย “แกคงไม่ได้หมายถึงสวะคนนั้นใช่ไหม?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” จั่วจู้หัวเราะเสียงดังอีกครั้ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยก่อนเอ่ยต่อ “ต่อให้ไอ้ขาพิการคนนั้นจะฝึกอีกร้อยปี ฉันก็สามารถกำจัดมันได้อยู่ดี!”
หลังจากเทียนอิงได้ยินคำพูดเยาะเย้ยของจั่วจู้ สีหน้าเขาก็มืดครึ้ม มือกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังกร๊อบ
“พูดมาตั้งนาน สวะอย่างแกก็ไม่กล้าสู้กับฉันอยู่ดี แกนี่มันไอ้สวะจริงๆ!” เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงไม่มีเสียงตอบโต้เรื่องสงครามแห่งความเป็นความตาย จั่วจู้จึงคิดว่าเฉินเฟิงกลัวตนเอง จนเกิดความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“เกิดอะไรขึ้น? วันนี้เฉินเฟิงเป็นอะไรไป?”
“ใช่ ดูไม่ค่อยปกติ นี่มันไม่ใช่นิสัยของเฉินเฟิงเลย!”
“เฉินเฟิงคงไม่ได้กลัวจริงใช่ไหม เช่นนั้นถูกจั่วจู้เยาะเย้ยทำไมเขาถึงไม่ตอบโต้!”
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ผู้ชมในสนามก็เริ่มวิจารณ์กันเสียงเบา เนื่องจากวันนี้เฉินเฟิงดูไม่เหมือนเดิม
ขณะนั้นเอง กรรมการตัดสินที่สวมเส