นอิงและแม้แต่อู่จื่อโจวต่างก็ลุกขึ้นยืน มองดูท่าทางของศีลสาม เฉินเฟิงและคนอื่นๆกำหมัดแน่น
ศีลสามไม่ได้ตอบในปากมีเลือดที่ไหล ในตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อสู้แล้ว แม้แต่จะลุกขึ้นยืนก็ยังทำไม่ได้
“ยอมแพ้เถอะ!”
ผู้ตัดสินกล่าวกับศีลสามเพียงหนึ่งประโยค จากนั้นไม่รอให้ศีลสามตอบ จึงประกาศผลการแข่งขันทันที
“การแข่งขันจบลงแล้ว หงหยี้ชนะ?”
เมื่อศีลสามได้ยินคำประกาศของผู้ตัดสิน การเต้นของหัวใจส่งผลต่อการบาดเจ็บในร่างกายอีกครั้ง เขาไม่พอใจ ไม่พอใจที่แพ้ให้กับหงหยี้
เพียงแต่การแข่งขันจบลงแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่พอใจ ก็ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้
“หึ คาดไม่ถึงว่าเศษสวะอย่างนายก็ยังมีความสามารถ ขอบคุณฉันสิ ขอบคุณที่ฉันไม่ได้ใช้พละกำลังทั้งหมด!”
เสียงจากหงหยี้ที่ยืนอยู่ในระยะไกลดังมา เขาเสียใจเล็กน้อย เดิมเขาคิดว่าโจมตีครั้งนี้จะทำให้คู่ต่อสู้เสียชีวิต แต่คาดไม่ถึงว่าศีลสามจะดวงแข็งรอดมาได้
“แก….”
ถ้อยคำของหงหยี้ราวกับมีดบาดที่กระทบความอดทนของศีลสาม ในขณะนี้ความโกรธแผดเผาอยู่ในใจ แม้แต่พูดยังพูดไม่คล่องแคล่ว อาจเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเป็นเพราะคำพูดของหงหยี้ ศีลสามก็สลบไปทันที
เมื่อเห็นศีลสามสลบในใจของเฉินเฟิงก็สั่นสะท้าน หมัดที่กำแน่นดังกร๊อบแกร๊กขึ้น
“เฉินเฟิง นายสบายใจได้ เศษสวะนี้ยังไม่ตาย ฉันไว้ชีวิตเขา สำหรับเศษสวะแบบนี้ฉันยังไม่ต้องใช้พละกำลัง!”
รัศมีความอาฆาตของหงหยี้แพร่กระจายแล้วตะโกนบอ