ีลสามที่อยู่ในหมู่ผู้ชม ยังไงก็คิดไม่ออก
ต้องรู้ว่าที่ผ่าน เฉินเฟิงสุกใสเป็นประกายขนาดนั้น เหตุการณ์ในการต่อสู้พวกนั้นล้วนหมายถึงการนองเลือดสังหารหมู่ ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ หลี่ชางซียังกล้าที่จะไปท้าทายเฉินเฟิง นี่ไม่ใช่เป็นการถูกประตูหนีบหัวสมองไว้แล้วหรือ
“ศีลสาม ถึงตอนนี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือ? คนประเทศกาวลี่ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาอยู่แล้ว ยกตนข่มท่านมากเกินไป เหมือนบนโลกนี้นอกจากพวกเขาแล้วก็ไม่มีใครอีก”
จียุ่นเห็นศีลสามแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ จึงพูดอธิบายขึ้น
ตระกูลของจียุ่นมีประวัติศาสตร์มายาวนาน มีเส้นสายอยู่ทั่วทุกที่ จึงพอรู้ข้อมูลของนักศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดในการแข่งขันในครั้งนี้อยู่บ้าง ส่วนศีลสามกับเทียนอิง จะค่อนข้างด้อยในทางด้านนี้ พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเดียว
หูฟังจียุ่นกับศีลสามพูดคุยกัน เทียนอิงไม่ได้พูดอะไร กลับมองดูเงาร่างของเฉินเฟิงที่เดินจากไป ด้วยสายตาเร่าร้อน
หลังจากการแข่งขันในครั้งนี้จบสิ้น เชื่อว่านักศิลปะการต่อสู้รุ่นเยาว์ในประเทศหวาทั้งหมด จะต้องเอาเฉินเฟิงเป็นแบบอย่าง
และไล่ตามความสามารถของเฉินเฟิง มีบางอย่างเป็นไปไม่ได้ แต่การมีเฉินเฟิง สำหรับนักศิลปะการต่อสู้รุ่นเยาว์ เขากลายเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่ง ขอเพียงมีเขาอยู่ก็พอ
การแข่งขันจบสิ้นแล้ว ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่อง บนเวทีมีศพที่เย็นเฉียบของหลี่ชางซีนอนอยู่ เจ้าหน้าที่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน