มสีบรอนด์ทอง สวมชุดเกราะสีขาว ในมือถือปืนยาว มองไกลๆก็สัมผัสได้ถึงการประกาศสงครามจากตัวอีกฝ่าย
เฉินเฟิงจึงนึกถึงข้อมูลที่บรรยายประวัติของอาเธอร์
เนื่องจากวาติกันเป็นศูนย์กลางการแข่งขันในครั้งนี้ ชื่อเสียงของอาเธอร์หัวหน้าราชองครักษ์ท่านนี้จึงโด่งดังพอๆกับเฉินเฟิง
ตอนแรกอาเธอร์ไม่ได้ใส่ใจและไม่ได้แสดงทีท่าอะไรเมื่อเจอเฉินเฟิง ทว่าเมื่อเขาเห็นสายตาของเฉินเฟิงที่จับจ้องมา สายตาของเขาก็ฉายแววประกาศสงคราม ราวกับดวงตาทั้งสองข้างมีกองไฟกำลังลุกโชน ถึงแม้จะมีระยะห่างที่ไกลกันแต่เฉินเฟิงก็สัมผัสได้
“อาเธอร์ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงในรุ่นเยาวชน!”
เมื่อเผชิญกับสายตาที่ประกาศสงครามอย่างชัดเจนของอาเธอร์ เฉินเฟิงก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปแต่กลับกวาดสายตาผ่านไปราวกับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา
อาเธอร์เห็นดังนั้นคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน สีหน้าเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที
ในฐานะตัวเต็งของการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ในครั้งนี้ ความสามารถของเขาเป็นที่ยอมรับของหลายฝ่าย เรียกได้ว่าเขาเป็นตัวอย่างของวงการศิลปะการต่อสู้ในรุ่นเยาวชนเลยก็ว่าได้
ผลการประเมินนี้ เกียรติยศนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกสูงส่งโดยจิตใต้สำนึกเมื่อเผชิญกับจอมยุทธ์คนอื่นๆ
ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เขายกระดับของตัวเองให้สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว อย่าว่าแต่ประชันฝีมือกับเขาเลยแค่ผู้เข้าแข่งขันที่เขากวาดสายตามองก็ถือว่าเป็นเกียรติมากแล้ว ภายใต้คว