พ์ไว้ สองมือสั่นเทา “เฉินเฟิง คนๆ นี้อันตรายเกินไป ยังไงก็บอกคุณชายข่ายซ่าก่อนจะดีกว่า! ”
เธออดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงตอนที่อยู่สนามบิน พวกเขากับเฉินเฟิงมีเรื่องกันเล็กน้อย ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทว่ายังไงก็รู้สึกไม่พอใจกันอยู่บ้าง ซูซานรู้ตัวว่าต้องบอกข่ายซ่าหน่อย จึงตัดสินใจเอามือถือออกมาแล้วโทรเบอร์ของช่ายซ่า
“ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด! ”
หอคอยลอนดอน ในปราสาท ทีแรกนี่ก็เป็นงานวันเกิดที่ครึกครื้น ทว่าตอนนี้ในงานเลี้ยงกลับเงียบกริบอย่างผิดปกติ ไม่มีใครพูด บรรยากาศน่าแปลกมาก
“ติ้งๆๆ! ”
เสียงโทรเข้าอันหนวกหูดังขึ้น ทำให้ทำลายบรรยากาศที่อึดอัด ทุกคนต่างก็มองไป ก็เห็นมือถือของข่ายซ่า
ข่ายซ่าควักมือถือออกมา แล้วกดรับสายด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“คุณชายข่ายซ่า ฉันคือซูซาน ฉันเพิ่งจะสืบประวัติของคนประเทศหวาคนนั้นมา! ”
เพิ่งจะรับสาย ซูซานก็พูดขึ้นโดยตรง
“อะไรนะ? ทำไมเธอถึงรู้ว่าฉันกำลังจะให้เธอไปสืบประวัติของเขาล่ะ! ”
ข่ายซ่านิ่งงัน เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน ต่อให้การกระจายข่าวจะว่องไว ตอนนี้ซูซานก็ไม่มีทางรู้เร็วขนาดนี้
“คือว่า…….”
ซูซานนิ่งเงียบไปสักพัก ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง
ทีแรกเธอรู้สึกว่าก่อนหน้านี้เฉินเฟิงคุ้นตาเล็กน้อย ทว่าตอนที่เธอเห็นหนังสือพิมพ์ ก็สะดุ้งตกใจจนทั้งเรือนร่างเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น กลัวว่าข่ายซ่าจะผิดใจกับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าต้อง