ึกตกตะลึง หากไม่ใช่เพราะเห็นกับตา พวกเขาต้องไม่เชื่อแน่นอน
องค์หญิงแอนนี่กลับเพื่อคนประเทศหวาคนหนึ่ง แล้วไม่สนใจทายาทสืบทอดครอบครัวโรโปรี เรื่องนี้ เชื่อว่าต้องใช้เวลาไม่นานก็ต้องถูกลือไปทั่วทุกที่ในโลก
ถึงแม้เป็นแบบนี้ ทว่าพวกเขาคิดว่าข่ายซ่าถูกข่มเหงแบบนี้ ต้องไม่ปล่อยเฉินเฟิงไปง่ายๆ แน่นอน
ดั่งที่คาดไม่มีผิด ตอนที่ข่ายซ่าเดินไปถึงประตู จู่ๆ ก็หยุดฝีเท้าลง แล้วหันไปมองเฉินเฟิง นัยน์ตาเผยความโมโห และความอาฆาตออกมา ความรู้สึกแบบนั้นกำลังบอกเฉินเฟิง ตัวเองไม่มีทางปล่อยเขาไปเด็ดขาด
สำหรับเฉินเฟิงที่ยังคงสีหน้าแล้วยืนอยู่ตรงนั้น สำหรับการข่มขู่ของข่ายซ่า เขาไม่ไว้วางใจเลยสักนิด การข่มขู่ของเขาช่างไม่มีความสำคัญอะไรเลย
เฉินเฟิงเหมือนมองไม่เห็นท่าทีของข่ายซ่า ทำให้ภายในใจของข่ายซ่ายิ่งรู้สึกโมโห ทีแรกก็นึกว่าฝ่ายตรงข้ามถูกไล่ออกไป นึกไม่ถึงว่าตนเองกลับถูกไล่ออกไป ทุกอย่างนี้ก็เพราะว่าเฉินเฟิง
ตอนนี้ข่ายซ่าอดไม่ได้ที่จะกลืนกินเฉินเฟิงตัวเป็นๆ ทว่าสมองของเขาบอกเขาว่า ไม่สามารถสร้างเรื่อง นั่นมีเพียงจะทำให้องค์หญิงแอนนี่จะมองตัวเองไม่ดีมากกว่าเดิม
ข่ายซ่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ปรับอารมณ์โมโห จากนั้นก็หันหลังออกจากตำหนักนี่
“ไอ้ของที่สมควรตาย ไอ้คนป่าเถื่อน! ”
ข่ายซ่าเพิ่งจะเดินออกจากงานเลี้ยง ก็อดไม่ได้ที่ก่นด่าออกมา ตั้งแต่ที่เขาเกิดมา ยังไม่เคยได้รับการไม่เป็นธรรมใหญ่ขนาดนี้มาก่อน