ต่างก็มองไปตรงมุมที่เฉินเฟิงอยู่
ตรงมุมที่ไม่ได้มีความน่าดึงดูดใดๆ เฉินเฟิงยืนอยู่ตรงนั้นตัวคนเดียว ปรากฏการณ์แบบนี้กับบรรยากาศในตอนนี้นั้นไม่เข้ากันเลยสักนิด
องค์หญิงแอนนี่มองเฉินเฟิงเพียงชั่วพริบตา นัยน์ตาเคล้าด้วยความโมโห เธอโมโหข่ายซ่า เธอโกรธที่ข่ายซ่าพูดคำพูดเมื่อครู่นี้
ข่ายซ่าคอยสังเกตมองสีหน้าของแอนนี่อยู่ข้างๆ ตลอดเวลา พอเห็นองค์หญิงหุบยิ้ม สีหน้าหม่นหมองลง ข่ายซ่าไม่รู้ว่าทำไม ภายในใจรู้สึกมัวหมองตาม
“เกิดอะไรขึ้น? ”
ในบรรดากลุ่มคนที่ค่อนข้างฉลาด ตอนนี้ก็ดูออกว่าเกิดสถานการณ์ที่ผิดปกติ
“คุณข่ายซ่า คุณต้องรู้ว่า คืนนี้เป็นงานวันเกิดของฉัน ไม่ใช่ของคุณ คุณจะมองสหายจากประเทศหวาของฉันยังไง ฉันไม่สน ทว่าไหนๆ ก็เป็นสหายของฉัน งั้นก็ต้องห้ามพูดจาเหยียดหยาม! ”
องค์หญิงแอนนี่ถึงแม้จะพูดด้วยเสียงเบา ทว่าทุกคนต่างก็ฟังออกว่าองค์หญิงโกรธแล้ว หากพูดอย่างถูกต้องก็คือโมโห
“ท่านข่ายซ่า ท่านไม่เคารพสหายของฉัน ก็คือไม่เคารพฉัน หรือว่าคืนนี้ท่านมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะมาเหยียดหยามฉัน? ”
“องค์…….องค์หญิง! ”
ต่อให้ข่ายซ่าจะโง่มากเพียงใด ตอนนี้ก็ฟังออกถึงคำพูดของแอนนี่และก็ได้สติกลับมา อีกทั้งเขาเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม ตอนนี้พอสังเกตเห็นถึงสถานการณ์ว่าไม่ดี ก็รีบดึงคำพูดกลับมา
แค่ว่า ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
“ท่านข่ายซ่า ตอนนี้ฉันต้องบอกกับท่านอย่างจริงๆ จังๆ ท่านรีบขอโทษสหายของฉัน หากสหายของฉันไม่