็กน้อยมาก ตอนนั้นเขาฝ่าประเทศญี่ปุ่นตัวคนเดียว มีอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอ
พอได้ยินเฉินเฟิงพูดซ้ำอีกประโยค ข่ายซ่ารู้สึกโมโหจนหัวเราะ ในมุมมองของเขาเฉินเฟิงที่พูดกับเขาแบบนี้ เหมือนคนธรรมดาที่เด็กคนหนึ่งกำลังข่มขู่ผู้ใหญ่
ไม่เพียงแต่ข่ายซ่า แม้กระทั่งคนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็หัวเราะเสียงดัง แล้วทำท่าทางที่กำลังดูเรื่องสนุกๆ
นี่มันที่ไหน? นี่เป็นดินแดนอังกฤษ คนต่างประเทศคนหนึ่งกลับอยู่ตรงหน้าทายาทของครอบครัวโรโปรีในอังกฤษ อีกอย่างยังเป็นหัวหน้าครอบครัวในอนาคต นี่ไม่ใช่ว่าทำให้คนหัวเราะเยาะหรือไง หากไม่ใช่เพราะเห็นด้วยตาตัวเอง ไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้หรอก
ข่ายซ่าพูดอย่างดูหมิ่น “ไหนๆ มีวีรบุรุษที่โผล่ขึ้นมาในดินแดนของอังฤษ แกยังจะแสร้งทำอะไรอีก ไอ้ลิงผิวเหลืองที่ไม่รู้อะไรเลย! ”
เฉินเฟิงทำสีหน้าที่หม่นหมอง นัยน์ตาเปล่งประกายแล้วพูดขึ้น “ครั้งที่แล้วคนที่ใช้น้ำเสียงแบบนี้ของฉัน จุดจบไม่ค่อยดีมากนัก! ”
เซียวเอินที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดของเฉินเฟิง ภายในใจจึงสะอึกหนึ่งที ตามนิสัยของเฉินเฟิง แค่เขาลงไม้ลงมือก็สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องตายไม่งั้นก็พิการ ไม่มีทางมีจุดจบที่ดีเด็ดขาด
ดูจากท่าทีของข่ายซ่าเองก็ไม่มีทางอ่อนข้อง่ายๆ ถ้าเขายังใช้คำพูดในการท้าทายอยู่แบบนี้ แบบนั้นจุดจบของเขาก็สามารถรู้ได้
ถ้าข่ายซ่าทายาทสืบทอดครอบครัวโรโปรีท่านนี้เกิดบาดแผลหรือพิการ ณ ที่นี่ แบบนั้นเชื่อว่าคงไม่ต