้งที่เขาลงมือล้วนมีเป้าหมาย ปูทางให้กับเกมส์การต่อสู้ ไม่พูดไม่ได้จริงๆเฉินเฟิงเป็นผู้สูงส่งในรุ่นเดียวกัน!”
อู่จื่อโจวลอบพยักหน้า เฉินเฟิงแสดงฝีมือได้ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คัดเลือกเมื่อกี้ หรือการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายในตอนนี้ ล้วนทำได้ดีเยี่ยม
ชางโป๋ ฟางเจิ้งไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจชื่นชมกับคำพูดของก่วนหนานเทียน
แม้จะบอกว่าความสามารถของฉู่เหอที่เป็นถึงหั้วจิ้งชั้นกลางทำให้พวกเขาตกใจ ถ้าอย่างนั้นความสามารถของเฉินเฟิงที่แสดงออกมาในตอนนี้ ทำให้เขาตกตะลึง
เวลานี้จียุ่น ศีลสามและเทียนอิงต่างพูดไม่ออก
แม้แต่ศีลสามที่ไม่สนใจศิลปะการต่อสู้ เวลานี้อดไม่ได้ที่จะกล่าวชม:“น้องชายคนนี้ของฉัน ผ่านอะไรมากันแน่? ถึงได้มีประสบการณ์การต่อสู้ที่หลากหลายแบบนี้?”
คนที่ตรงกันข้ามกับพวกเขาอย่างชัดเจนก็คือหวังอีเตา เวลานี้เขาไม่เหิมเกริมและดูถูกคนอื่นแล้ว อีกทั้งสีหน้ายังเคร่งเครียด คิ้วขมวดเป็นปม
เพื่อที่จะพัฒนาการต่อสู้ของฉู่เหอให้สูงขึ้น เขาเองก็มักหาวิธีฝึกซ้อมให้ฉู่เหอ เพิ่มประสบการณ์ ทว่าคิดไม่ถึงเมื่อเทียบกับเฉินเฟิงแล้ว ยังขาดตกบกพร่องไม่น้อย
“แม้ว่าฉู่เหอจะต่อสู้กับศัตรูอยู่บ่อยครั้ง แต่ฉันกลัวเขาจะได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย คู่ต่อสู้จึงอ่อนแอกว่าเขาเล้กน้อย ในสถานการณ์แบบนี้ ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าตนเองไม่มีวันที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงไม่มีความรู้สึกเหมือนเรือจะจม!”หวังอีเตาเป็นระ