็นแบบนี้มาโดยตลอด ทำให้นายรู้สึกเซอร์ไพรส์และเหลือเชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”
เวลานี้ก่วนหนานเทียนบอกกับเย่หนานเทียนผู้แสนเก่งกาจ เป็นอย่างที่อู่จื่อโจวพูด เย่หนานเทียนมีศิษย์น้องแบบนี้ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ
เย่หนานเทียนไม่ได้ตอบ ตั้งแต่เมื่อกี้จนถึงตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องไปที่เฉินเฟิงตลอด มองดูหน้าตาของเฉินเฟิง ภายในใจของเขาทั้งดีใจและรู้สึกภูมิใจในเวลาเดียวกัน เขารู้ว่าที่เฉินเฟิงมาที่นี่ก็เพื่อเขา
สามารถเดินมาถึงระดับนี้ในการคัดเลือก ก็เพื่อเกียรติของเขา เย่หนานเทียนสามารถบอกได้ว่าชีวิตนี้ของเขาน้อยครั้งมากที่จะตื้นตันใจเพราะคนๆหนึ่ง แต่เวลานี้ในใจของเขามีร่างของใครบางคน ซึ่งก็คือเฉินเฟิง เขาคือศิษย์น้องของตน
เวลานี้ปรมาจารย์ฟางเจิ้งและจีอู๋ฉางมองไปที่เย่หนานเทียนด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเมื่อก่อน
พวกเขาสองคนเข้าใจอู่จื่อโจว และเพราะว่าเข้าใจ ดังนั้นจึงตกใจ
ครั้งหนึ่งความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้ของอู่จื่อโจวเคยไม่เทียบเท่าพวกเขาสองคน แต่ด้วยนิสัยที่ขยันและยืนหยัดของอู่จื่อโจว ค่อยๆ ก้าวมาถึงวันนี้ วันที่ความสามารถด้านการต่อสู้นำพวกเขาสองคนไปแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้ติดต่อกันมานาน แต่พวกเขาสองคนรู้จักอู่จื่อโจวเป็นอย่างดี เขาไม่ใช่คนที่พูดจาเหลวไหล และไม่มีเหตุผลใดที่จะกล่าวชมเย่หนานเทียนต่อหน้าทุกคน
ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า สิ่งที่อู่จื่อโจวพูดเป็นความจริง ความสามารถของเฉินเฟิงก็ไม