องศีลสามแวบหนึ่ง เขาล่ะอยากตบหัวโล้นๆนั่นสักทีสองที
เขารู้ดีว่าหากศีลสามทำอย่างเต็มที่จริงๆก็คงไม่ด้อยไปกว่าเทียนอิงสักเท่าไหร่ ถึงแม้สุดท้ายจะไม่ได้โควตาเข้าร่วมการแข่งขันแต่ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้พระพุทธศาสนาต้องเสียหน้า
“ใครเป็นคนต่อไป?”
อู่จื่อโจวจับจ้องไปยังเฉินเฟิงและฉู่เหอ เพื่อรอคำตอบจากพวกเขา
“ไอ้คนน่ารำคาญ ฉันให้โอกาสแกขึ้นก่อน ฉันกลัวว่าเมื่อฉันแสดงความสามารถจะทำให้แกตกใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าหากตอนนั้นแกคุกเข่ายอมแพ้ก่อน การต่อสู้แห่งความเป็นความตายของเราก็จบใช่ไหมล่ะ!”
ฉู่เหอไม่ได้ตอบคำถามอู่จื่อโจว ทว่ากลับปรายตามองเฉินเฟิง สายตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยดูถูก ราวกับว่าตนสามารถตัดสินชีวิตอีกฝ่ายว่าจะเป็นหรือตายได้อย่างง่ายดาย
ทุกคนในที่นี้ล้วนได้ยินคำพูดหยิ่งผยองของฉู่เหอ ด้านอู่จื่อโจว ก่วนหนานเทียนต่างก็ขมวดคิ้ว
วินาทีนี้พวกเขาดูออกแล้วว่าการมาของฉู่เหอและหวังอีเตาในครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อชิงโควตาเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลก แต่มาเพื่อฆ่าเฉินเฟิงเพื่อแก้แขนที่เย่หนานเทียนเคยฟันแขนหวังอีเตาขาดไปข้างหนึ่ง
“เหอะ ตอนนี้ฉันรับคำท้าของนาย รอฉันเสร็จสิ้นการคัดเลือกในครั้งนี้ก่อน ฉันจะส่งแกลงนรกเอง!”
เฉินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าฉู่เหอ
ฉู่เหอเอ่ยท้าทายไม่หยุด ดูหมิ่นด่าทอศิษย์พี่ของเขา ซึ่งนั้นทำให้เฉินเฟิงฟิวส์ขาดจนเกิดความคิดอยากฆ่าฉู่เหอ
“ไอ้มด พูดอะไร