ามือไขว้หลังด้วยสีหน้าเรียบนิ่งระหว่างรอศีลสามบุกเข้ามา ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายเพื่อเว้นพื้นที่ให้กับการต่อสู้ของอู่จื่อโจวและศีลสาม
“พระสงฆ์น้อยศีลสาม ไม่ต้องออมมือแสดงฝีมือได้เต็มที่เลย ไม่ต้องกลัวว่าผมจะได้รับบาดเจ็บ!”
เมื่อเห็นศีลสามเดินเข้ามา อู่จื่อโจวระบายยิ้มโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือน
“ปรมาจารย์อู่ ท่านชมเกินไปแล้ว ผมรู้ขีดความสามารถของตัวเองดี ถึงแม้ผมจะรู้ว่าผมแสดงฝีมืออย่างสุดความสามารถก็อาจจะทำอะไรท่านไม่ได้ แต่ในเมื่อผมรับปากกับพระสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ผมก็จะทำอย่างเต็มที่แน่นอน!”
ศีลสามยังคงดูไม่เอาไหนเหมือนเดิม
คิดไม่ถึงว่าศีลสามจะพูดแบบนี้ ทุกคนในที่นี้ต่างชะงักค้างอยู่กับที่
ด้านปรมาจารย์ฟางเจิ้งก็เงียบไป เขายิ่งรู้สึกว่าการที่มหาปรมาจารย์ของศาสนาพุทธตะวันตกเลือกศีลสามเป็นทายาทนั้นเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยฉลาดนัก
ศีลสามไม่ได้ใส่ใจกับสายตาแปลกประหลาดของคนรอบข้างที่มองมา เขาเอ่ยกับอู่จื่อโจวด้วยความเคารพ “ปรมาจารย์อู่ ผมพร้อมแล้ว!”
“ดี!” อู่จื่อโจวตอบรับคำหนึ่ง
เมื่อได้ยินคำตอบของอู่จื่อโจว ชั่วพริบตาสายตาของศีลสามก็เปลี่ยนเป็นคมกริบพลางก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้า ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาอู่จื่อโจวอย่างรวดเร็วราวกับคันศรที่พุ่งออกจากคันธนู
ชั่วพริบตาศีลสามก็ปรากฏตัวอยู่ข้างอู่จื่อโจว หมัดขวาถูกปล่อยออกไปพร้อมพลังภายใน จนเกิดเสียงเคลื่อนไหวกลางอากาศ
หมัดนี้ดูเหมือนจะธรรมดา ทว่าความจ