ใช้แรงทั้งหมดชกไปทั้งสิ้นสี่หมัดทว่าอีกฝ่ายกลับไม่กระดิกเลยแม้แต่น้อย ทำให้ศีลสามรู้สึกเหมือนโดนทำร้ายจิตใจจึงยอมแพ้เสียเลย ไม่สู้ต่อแล้ว
“หืม?”
เมื่อได้ยินศีลสามเอ่ย อย่าว่าแต่ทุกคนในที่นี้จะมึนงงเลย แม้แต่อู่จื่อโจวก็เช่นเดียวกัน
ทว่าคนเป็นอาจารย์อย่างฟางเจิ้งที่นิ่งมาโดยตลอด เมื่อเห็นศีลสามยอมแพ้ก็อดที่จะคำรามไม่ได้ “ศีลสาม นายลืมสัญญาไปแล้วหรือ!”
“พระสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่ หยุดตะโกนสักที ไม่เห็นหรือว่าฉันกับปรมาจารย์อู่ไม่ใช่คนในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ!” ศีลสามเดินเข้าไปหาปรมาจารย์ฟางเจิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
วินาทีนี้ปรมาจารย์ฟางเจิ้งคับข้องใจเป็นอย่างมากทว่าไม่รู้จะพูดอะไร
“เอ่อ ปรมาจารย์ฟางเจิ้ง ศีลสามทำได้ไม่เลวเลย เห็นได้ว่าเขาฝึกฝนหมัดเทวราชถึงระดับหนึ่งแล้ว ความสามารถของเขาผมก็พอรู้แล้ว ส่วนเรื่องที่เขาไม่ยอมแข่งต่อก็ปล่อยเขาไปเถอะ!”
เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์ฟางเจิ้งมีท่าทีกระอักกระอ่วน อู่จื่อโจวจึงรีบเอ่ยแก้สถานการณ์ให้
ทว่าถึงแม้ตัวอู่จื่อโจวเองก็คิดไม่ถึงว่าศีลสามจะเห็นการคัดเลือกในครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องเล่นๆแล้วยอมแพ้ง่ายดายแบบนี้ แต่ก็เหมือนที่อู่จื่อโจวบอกออกไปว่าความสามารถของศีลสามเขารู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่คนดูที่อยู่รอบข้างทั้งก่วนหนานเทียน ชางโป๋ จีอู๋ฉาง เย่หนานเทียนล้วนเห็นถึงความสามารถของศีลสามแล้ว
ด้านปรมาจารย์ฟางเจิ้ง ทุกคนในที่นี้ไม่มีใครรู้จักความสา