ณาความสามารถของพวกคุณจากการประชันฝีมือกับผม”
“อย่างนี้ก็ได้หรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของอู่จื่อโจว ศีลสามก็อดที่ตะลึงไม่ได้ คนอื่นๆก็มีสีหน้าข้องใจไม่ต่างกันนัก
“ขออนุญาตเอ่ยถามผู้อาวุโสอู่ มาตรฐานในการตัดสินขึ้นอยู่กับท่านเอง หรือขึ้นอยู่กับพวกเราคนที่อยู่ในสนามหรือ?”
หวังอีเตาอาจารย์ของฉู่เหอเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าทะมึน คำพูดของเขาค่อนข้างคลุมเครือ ทว่าในใจนั้นกำลังเป็นกังวลว่าในระหว่างการตัดสินอู่จื่อโจวจะเกิดความลำเอียง เนื่องจากเมื่อสักครู่ฉู่เหอได้สร้างเรื่องกับอู่จื่อโจวไว้ หากตอนที่อู่จื่อโจวประชันกับฉู่เหอแล้วตั้งใจเพิ่มระดับความยากให้กับฉู่เหอหรือว่าตัดสินให้ฉู่เหอไม่ผ่านก็ล้วนเป็นไปได้
หลังจากหวังอีเตาเอ่ยจบ จีอู๋ฉางก็ย้ายสายตาไปมองอู่จื่อโจว ความกังวลเช่นเดียวกับหวังอีเตาเขาก็มีเช่นกัน เพราะเมื่อสักครู่จียุ่นก็ได้ล่วงเกินอู่จื่อโจวเหมือนกัน หากอู่จื่อโจวเป็นคนใจแคบแล้วถือสาเรื่องที่จียุ่นล่วงเกินตน เช่นนั้นตอนประชันการต่อสู้กับจียุ่น อู่จื่อโจวอาจจะกลั่นแกล้งจียุ่นก็เป็นได้
แตกต่างกับเทียนอิงและเฉินเฟิงทั้งสองคนนี้สร้างความประทับใจที่ดีต่ออู่จื่อโจว ดังนั้นมีความเป็นไปได้มากว่าตอนประชันการต่อสู้อู่จื่อโจวจะอ่อนข้อให้สองคนนี้
“พวกคุณกังวลว่าผมจะตั้งใจเพิ่มระดับความยากให้ลูกศิษย์พวกคุณใช่หรือไม่?”
เมื่อสบตากับหวังอีเตาและจีอู๋ฉาง สีหน้าของอู่จื่อโจวก็ยังคงเรียบเฉยไม่มีการเปลี่ย