องอย่างจียุ่น อันตรายกว่าคนไม่เอาไหนอย่างศีลสาม
“นายคงจะเป็นศิษย์น้องของปรมาจารย์เย่ที่ชื่อเฉินเฟิงสินะ?” ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเฉินเฟิง เทียนอิงจึงเดินตรงเข้ามาถามพร้อมรอยยิ้ม
“ใช่” เฉินเฟิงพยักหน้ารับ
“ฉันชื่อเทียนอิงจากสำนักกระบี่เทียนซาน” รอยยิ้มบนใบหน้าของเทียนอิงยังคงมีอยู่เหมือนเดิม “ก่อนหน้านี้ฉันเก็บตัวฝึกการต่อสู้มาโดยตลอด หลังออกจากภูเขาเทียนถึงได้ยินเรื่องราวของนาย ถึงเพิ่งรู้ว่าวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยมีคนอย่างนายอยู่ ถือเป็นเกียรติของวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยจริงๆ ยินดีที่ได้รู้จัก”
เอ่ยจบเทียนอิงก็เป็นฝ่ายยื่นมือออกไปจับก่อน
“ชมกันเกินไปแล้วล่ะ” เฉินเฟิงยื่นมือไปจับกับเทียนอิงด้วยท่าทีนอบน้อม
หลังจากปล่อยมือทั้งสองคนก็จับจ้องไปยังรถคันสุดท้ายอย่างไม่ได้นัดหมาย
เมื่อรถจอดสนิท หวังอีเตาก็เดินนำฉู่เหอลงมาจากรถ
ภายแสงอาทิตย์ในยามเช้า ฉู่เหอสวมเสื้อคลุมสีแดงเลือดถือดาบที่แผ่รังสีแห่งการฆ่าอย่างดาบซวนหยวน บวกกับรังสีที่เกิดจากการฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ขับให้เขาดูเหมือนนักฆ่า ให้ความรู้สึกอันตรายถึงขีดสุดแก่ผู้พบเห็น
ซึ่งแตกต่างจากเทียนอิงโดยสิ้นเชิง หลังจากฉู่เหอลงมาจากรถไม่มีการไปทักทายก่วนหนานเทียนและคนอื่นๆ ไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้อาวุโสเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ ทว่าแววตากระหายเลือดนั้นกลับจับจ้องอยู่ที่เฉินเฟิงราวกับเฉินเฟิงคือเหยื่อของเขา ที่ไม่ว่าจะหนีไปไหนก็หนีไม่พ้นผู