ั่นของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เมื่อเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นก็ทำให้เฉินเฟิงหลุดออกจากภวังค์ เขาหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหินมาดูก่อนจะพบว่าเป็นสายจากก่วนหนานเทียน เขาจึงกดรับสายทันที “สวัสดีครับท่านประมุขก่วน”
“เสี่ยวเฟิง นายยังอยู่ที่ยันเจียงใช่ไหม?” ก่วนหนานเทียนเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“ครับท่านประมุขก่วน ผมอยู่กับศิษย์พี่ของผม” เฉินเฟิงเอ่ยตอบตามความจริง
“อย่างนั้นก็ดี”
ก่วนหนานเทียนได้ยินดังนั้นก็โล่งอกไปก่อนเอ่ย “เป็นอย่างที่ฉันคาดเดาไว้จริงๆ ทายาทของสำนักกระบี่เทียนซาน ศาสนาพุทธภาคตะวันตก ตระกูลจีและหวังอีเตาล้วนเข้าร่วมชิงโควต้าของการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกในครั้งนี้ เมื่อกี้อู่จื่อโจวโทรมาหาฉันบอกว่าทั้งสี่คนนั้นจะมาถึงยันเจียงในวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ ให้ฉันมาบอกนายให้รีบมาที่ยันเจียง สหพันธ์บูโดจะเลือกหนึ่งคนจากในบรรดาพวกนาย เพื่อเป็นตัวแทนของวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยไปเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลก”
“จะคัดเลือกยังไงครับ? แข่งกันเองหรือ?”
เมื่อได้ยินข่าวนี้เฉินเฟิงก็ไม่ได้ประหลาดใจจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ส่วนรายละเอียดที่ว่าจะคัดเลือกยังไงอู่จื่อโจวยังไม่ได้บอกฉันต้องรอข่าวจากทางสหพันธ์บูโดก่อน เอาแบบนี้ดีกว่า วันนี้นายมาหาฉัน ฉันจะพานายไปสหพันธ์บูโด” ก่วนหนานเทียนเอ่ย
“ครับท่านประมุขก่วน”
เฉินเฟิงตอบรับจากนั้นรอก่วนหนานเทียนกดวางสายก่อนจึ