ลัวหรือไง?”
“ถูกต้อง ในพจนานุกรมของอาจารย์อาเฉินไม่มีคำว่ากลัวคำนี้ ที่เขาไม่ได้ตอบกลับทันที ต้องมีเหตุผลของเขาแน่ๆ!”
“จริงด้วย อาจารย์ อาจารย์รู้ไหมว่าทำไมจนถึงตอนนี้อาจารย์อาถึงยังไม่ออกมาพูดอะไร?”
สี่พี่น้องตระกูลเฉินอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเจ้าสามหวง คาดหวังว่าเจ้าสามหวงจะให้คำตอบ
“ฉันรู้แล้ว เจ้าเด็กนั่นกำลังเก็บตัวถือศีล ไม่มีเวลาสนใจไอ้เด็กที่ชื่อจิ่งเถิงอะไรนั่น” เจ้าสามหวงปรายตามองสี่พี่น้องตระกูลเฉิน แล้วพูด
“ที่แท้ก็กำลังเก็บตัวถือศีลนี่เอง ฉันก็ว่า อาจารย์อาเฉินไม่ใช่คนที่ไม่กล้ารับคำท้า” ได้ยินคำตอบของเจ้าสามหวง สี่พี่น้องตระกูลเฉินก็โล่งใจ ก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็นกังวล คิดว่าเฉินเฟิงไม่กล้ารับคำท้าจริงๆ
“จากนิสัยของอาจารย์อาเฉิน ลาศีลเมื่อไหร่ ต้องให้คำตอบทันทีแน่ๆ พูดให้ถูกก็คือรับคำท้า จากนั้นก็ฆ่าจิ่งเถิงนั่นซะ! อาจารย์ ฉันรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับสำนักอู่ตัง พวกเราควรจะไปสักหน่อย ไปดูอาจารย์อาเฉินสู้จนจิ่งเถิงกลายเป็นหมาตายตัวหนึ่ง!”เฉินจื๋อหลี่พูดเสนออย่างมีความสุข
“ได้!”เจ้าสามหวงพยักหน้าเล็กน้อย ทว่าภายในใจกลับเป็นกังวล พวกเฉินจื๋อหลี่ไม่รู้ถึงความน่ากลัวของจิ่งเถิง พวกเขาไม่เคยคิดว่าเฉินเฟิงจะแพ้……
“อ้างอิงจากคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเฉินเฟิง ที่เฉินเฟิงไม่ออกมาพูดอะไร ไม่ได้เป็นเพราะไม่กล้ารับคำท้า แต่เป็นเพราะกำลังเก็บตัวถือศีลฝึกวรยุทธ์ รอให้ลาศีลก่อนแล้วจะตอบจิ่งถิงอย