ิงสู้กันนั้นผลลัพธ์ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย ถึงยังไงเฉินเฟิงก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว
หวู่เหวินเชี่ยนเม้มปาก ไม่ได้พูดอะไร ความเป็นจริงเวลานี้ เธอกลับอยากให้เฉินเฟิงไม่ต้องลาศีล หวู่เหวินโป๋ไม่รู้ถึงความน่ากลัวของจิ่งเถิง แต่เธอรู้
จากที่เธอดูนั้น จิ่งเถิงคือปีศาจ
เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่จิ่งเถิงลงมาจากภูเขามายังมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่ เขาใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็ทำให้หวังเฉียนแพ้
ถึงแม้ตอนนั้นหวังเฉียนจะไม่แข็งแกร่งเท่าตอนนี้ แต่อย่างน้อยก็ควรค่าที่จะรับชายาว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่
แต่ตอนอยู่ตรงหน้าจิ่งเถิง หวังเฉียนยังไม่ได้ใช้แม้แต่กระบวนท่าเดียวก็แพ้ราบคาบแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงรู้ว่า ความสามารถของจิ่งเถิงนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
เขาในวันนี้ บรรลุระดับหั้วจิ้งอีก
สำหรับเฉินเฟิงแล้ว ทั้งสองคนใครเก่งใคร่ไม่เก่งยังไม่แน่เลย……
หวู่เหวินเชี่ยนและหวังเฉียนไม่ได้เข้าไปในวิลล่า
ทว่าเวลานี้ ห่างออกไปอีกร้อยเมตร สวนเล็กๆในวิลล่า ดอกไม้ไต้ไม้กำลังอาบแดดใต้ดวงอาทิตย์ ส่งกลิ่นหอม ทำให้คนรู้สึกจิตใจสงบ
เฉินเฟิงนั่งขัดสมาธิบนพื้นหญ้าในสวนเล็กๆ หลับตาลงทั้งสองข้าง สูดลมหายใจเข้าลึกๆและช้าๆ เขาเหมือนพระชรา ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
กระบวนท่าต่างๆราวกับฉายในภาพยนตร์ แต่ละกระบวนท่าปรากฏออกมาในความคิดของเฉินเฟิง เขาพยายามเรียนรู้ทำความเข้าใจศิลปะการต่อสู้ต่างๆ ฝึกซ้อมแก่นแท้ของศิลปะการต่อสู้ ผสานร