การต่อสู้ของเฉินเฟิงในครั้งนี้จะเป็นอันตรายรึเปล่า?” ฉู่ชีงฉือถามด้วยความกังวล
โจวอู่เซิงปรายตามองฉู่ชีงฉือ ถอนหายใจแล้วพูด:“ตระกูลจิ่งคือหนึ่งในตระกูลบูโดหวาเซี่ยที่ซ่อนตัวเอาไว้ของศิลปะการต่อสู้แห่งตระกูลใหญ่ มีการสืบทอดกันมานาน ชื่อเสียงโด่งดัง ตั้งแต่อดีตหัวหน้าตระกูลจิ่งล้วนเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดของบูโดหวาเซี่ย ในทางเดียวกัน ในอดีตที่ผ่านมาผู้สืบทอดตระกูลจิ่งล้วนเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของบูโดหวาเซี่ย
“ถ้าหากเป็นผู้สืบทอดที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเส้าหลิน สำนักอู่ตังเหล่านี้มาท้าประลองกับเฉินเฟิง เฉินเฟิงไม่มีวันเป็นอันตราย แต่เขาได้เจอกับผู้สืบทอดตรงะกูลจิ่งจึงยากที่จะพูด——ตระกูลจิ่งไม่ยุ่งกับทางโลกมานานแล้ว วันนี้เข้ามายุ่งทางโลกโดยใช้จิ่งเถิงประกาศท้าประลองกับเฉินเฟิง แสดงว่ามีความมั่นใจที่จะเอาชนะเฉินเฟิงได้! มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเขาบรรลุหั้วจิ้งชั้นต้นแล้ว”
“แบบนี้หรอคะ”
คิ้วของฉู่ชีงฉือขมวดเป็นปม ภายในใจเต็มไปด้วยความกังวล——เธอรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมผู้สืบทอดตระกูลจิ่งถึงต้องการท้าประลองกับเฉินเฟิง แล้วจากที่เธอรู้จักเฉินเฟิง เธอคิดว่าเฉินเฟิงต้องรับคำท้าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!
เวลานี้ เธอรู้สึกเป็นกังวลมากกว่าตอนที่รู้ว่าเฉินเฟิงจะไปช่วยหลินหวั่นชีวที่ประเทศญี่ปุ่นเสียอีก
เพราะว่า……ตอนที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น เฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องสนใจกฎระเบียบ ใช้อาวุธในปัจจ