้วก็ต้องยอมรับ ไอ้กาวลี่ขี้แพ้ เอามันให้ตาย!”
ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมรอบๆ เหล่านั้นกับบรรดานักแข่งหวาเซี่ยก็กลับมามีสติ ส่งเสียงตะโกนกัน
ที่แท้ พวกเขาก็ไม่ชอบท่าทางเย่อหยิ่งจองหองและอวดดีของผูชางจวู้นกับหลี่ตงชิงตั้งแต่แรก แต่จำใจที่นักแข่งหวาเซี่ยใจไม่สู้ในการแข่งขัน5นัดก่อนหน้า พวกเขามีความแค้นแต่ไม่มีที่ระบาย
ก่อนหน้าไม่นาน เฉินเฟิงเอาชนะผูชางจวู้นด้วยการบดขยี้ ทำให้พวกเขาได้ระบาย อารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในใจ
ปรากฏว่า หลังจากผูชางจวู้นพ่ายแพ้การแข่งขัน ร่วมมือกับหลี่ตงชิงแกล้งทำเป็นโง่ ไม่ยอมทำตามสัญญาเดิมพัน ก็ทำให้พวกเขายิ่งคันปาก จนกระทั่งได้ยินคำพูดข่มขู่ของหลี่ตงชิง ก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แทบอยากจะอัดหลี่ตงชิงให้แหลกสักตั้ง
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะลงมือ เฉินเฟิงก็ซัดหลี่ตงชิงไปฉาดหนึ่งจนคว่ำเสียแล้ว ทำให้พวกเขาสะใจ ความรู้สึกเช่นนั้นสะใจกว่าการกินชาบูร้อนๆ ในหน้าหนาวเสียอีก ส่วนอีกฝ่ายของพวกเขา พวกนักแข่งกาวลี่แต่ละคนขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าออกเสียง
ด้านหนึ่งเพราะผูชางจวู้นแพ้การแข่งขัน ไม่ทำตามเดิมพัน พวกเขาจึงไม่มีแรงพลังที่จะพูดอะไร
ในอีกด้านเพราะเมื่อครู่เฉินเฟิงลงมือหนัก ทำให้พวกเขาตกใจ จึงไม่กล้าพูดอะไร
บอดี้การ์ดชุดดำสองคนคอยคุ้มกันผูชางจวู้นอยู่ข้างหลัง สีหน้าทั้งซับซ้อน ทั้งอัปยศ ทั้งโมโห แล้วก็ไม่สามารถอำพรางความหวาดกลัวไว้ได้!
ฉึบ! (เสียงก้าวเดิน)
ฉึบ! (เสียงก้าวเดิน)
ทันใดนั้