เฟิงที่ดังอยู่ในหู รู้สึกถึงความหนาวเหน็บในพงไพร สายตาของเฉินเฟิง ไม่ว่าจะเป็นหลี่ตงชิง หรือผูชางจวู้นต่างรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา ความรู้สึกเช่นนั้นราวกับถูกสัตว์ร้ายตัวหนึ่งจ้องเอาไว้
เฉินเฟิงไม่ได้พูดอะไรมากอีก ทว่าแตะหัวไหล่ของผูชางจวู้นกับหลี่ตงชิงแล้วก็เดินผ่านยังข้างตัวรถบูกัตติ เวย์รอนสีดำ เปิดประตูรถออก เข้าไปในรถ นั่งลงตรงที่คนขับ รอเริ่มการแข่งขัน
“อาจารย์ เขาเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์กับเรา จะให้ผมติดต่อภายในประเทศ เตรียมตัวรับมือ เผื่อเอาไว้ก่อนไหม?” ในเวลาเดียวกัน หลี่ตงชิงที่จากเมื่อครู่หวาดผวากลับมามีสติ ขอคำแนะนำ
“ไม่ต้อง เขาไม่กล้าทำอะไรพวกเราหรอก”
ใบหน้าผูชางจวู้นดูมั่นใจ ตระกูลซงจิ่งเป็นหนึ่งในตระกูลเศรษฐีของกาวลี่ เป็นที่น่าเกรงขามในดินแดนกาวลี่ ถึงขั้นส่งผลต่อการเมืองได้
เขาไม่เชื่อว่าถ้าเฉินเฟิงแพ้การแข่งขันแล้ว จะกล้าล่วงเกินตระกูลของผูชางจวู้น เขาต้องได้รับผลตอบแทนที่กล้าทำให้ตระกูลผูชางจวู้นจนถึงดินแดนกาวลี่ขุ่นเคือง
เพราะอย่างไร จะทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์ของหวาเซี่ยกับกาวลี่สองดินแดนนี้ได้! ส่วนถ้าเฉินเฟิงชนะการแข่งขัน…
สำหรับเขาแล้ว ความเป็นไปได้เช่นนั้นไม่มีอยู่แล้ว!
พอได้ยินคำพูดของผูชางจวู้น สัมผัสได้ถึงความมั่นใจของผูชางจวู้น หลี่ตงชิงก็เลิกครุ่นคิด และเข้าใจในกุญแจสำคัญ จึงไม่ต่อความยาวสาวความยืดอะไรอีก เดินจากไปอย่างรู้ความ
ส่วนผูชางจวู้นก็เข้าไปในรถ ม