วลี่ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน สายตาที่มองมาทางเฉินเฟิงประหนึ่งกำลังมองคนปัญญาอ่อน
ส่วนพวกนักแข่งรถหวาเซี่ยโดยมีแกนนำเป็นจี้หง กลับมองเฉินเฟิงด้วยสีหน้าแปลกพิกล
ด้านหนึ่งคือพวกเขาไม่เชื่อว่าเฉินเฟิงทำเรื่องวู่วามไม่คิดไตร่ตรองลงไป อีกด้านคือ ต่อให้พวกเขาคิดจนสมองแตกก็คือไม่ติดว่าเฉินเฟิงจะเอาอะไรไปชนะผูชางจวู้น!
เพราะผูชางจวู้นเป็นราชานักแข่งรถกาวลี่ ติดอันดับห้าในบอร์ดดำด้วย!
ส่วนเฉินเฟิง…
พวกเขาไม่เคยได้ยินข่าวเฉินเฟิงในวงการแข่งรถใต้ดินมาก่อนเลย!
พวกเขายังสงสัยว่าเฉินเฟิงแข่งรถเป็นหรือเปล่าด้วยซ้ำ!
“อีกสิบนาทีเงินเดิมพันจะมาถึง จากนั้นพวกเราจะเริ่มแข่งกัน!” หลังจากผูชางจวู้นรับคำท้าของเฉินเฟิง เขาหันมองเวลาเล็กน้อย พบว่าอีกห้าสิบนาทีจะเที่ยงคืนตามเวลายันเจียง เลยกำชับไปอีกคำว่า: “ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่โอนเงินเดิมพันไว้ไปที่พยานตามเวลาที่กำหนด และได้รับคำยืนยันจากพยาน การแข่งขันถึงจะเริ่มต้นได้ และเขาจะทำตามเงื่อนไขที่พนันไว้!”
พอพูดถึงตอนจบ ผูชางจวู้นชี้นิ้วไปที่หวู่เหวินโป๋
เขาทำแบบนี้ หนึ่งเพื่อแน่ใจว่าเงินเดิมพันมาถึงแน่ และกังวลว่าเฉินเฟิงจะเปลี่ยนใจกลางคัน
“ได้”
เฉินเฟิงพยักหน้า
“ไป พวกเราไปรอกันก่อน”
พอเห็นเฉินเฟิงรับปาก ผูชางจวู้นยิ้มเย็น จากนั้นกวักมือเรียกพวกนักแข่งรถกาวลี่จากไป
“เหวินโป๋ นายไปคุยกับพี่ฉู่หน่อยนะ ภายในสิบนาที เงินเดิมพันต้องมาถึงที่ ถ้ามีอะไรไม่สะดวก บอกพี่ก่อ