ห้พวกเรา ตบหน้าตัวเองขอโทษพวกเราซะ!”
“ฮะฮะ รีบคุกเข่าตบหน้าตัวเองซะ!”
“มือถือฉันเตรียมพร้อมอัดวิดีโอแล้ว ฉันเชื่อว่าพออัพคลิปลงบอร์ดแล้ว ทุกคนต้องเข้ามาคอมเมนท์กันกระหน่ำแน่!”
พอหลี่ตงชิงพูดจบ พวกนักแข่งรถกาวลี่ด้านหลังเขาก็พากันหัวเราะเยาะ แทบทนไม่ไหวที่จะเห็นหวู่เหวินโป๋คุกเข่าตบหน้าตัวเองเต็มแก่แล้ว
พอได้ยินคำพูดกร่างใหญ่โตของพวกหลี่ตงชิงและนักแข่งรถกาวลี่ มองดูท่าทางโอหังของพวกมันแล้ว บรรดานักแข่งรถหวาเซี่ยรวมถึงจี้หงได้สติกลับจากความตะลึงที่เฉินเฟิงนำมาให้ แปรเปลี่ยนเป็นความอัปยศอดสู
พวกเขาอยากย้อนกลับ แต่ย้อนอะไรไม่ได้เลย
ส่วนหวู่เหวินโป๋สีหน้าเขียวดำ ตัวสั่นไปทั้งตัว ไม่อยากเป็นที่สุด
“พวกแกอยากพนันชีวิตไม่ใช่หรอไง? ฉันจะสนองให้เอง!”
ตอนนี้เองเฉินเฟิงเอ่ยปากขึ้น เขาก้าวขึ้หน้าสองก้าวไปยืนหน้าจี้หง หวู่เหวินโป๋และพวกนักแข่งรถหวาเซี่ย
หือ?
พอเฉินเฟิงพูดแบบนี้ ไม่เพียงทำให้พวกนักแข่งรถกาวลี่อย่างผูชางจวู้น หลี่ตงชิงอึ้งตะลึง ยังทำให้ฝั่งนักแข่งรถหวาเซี่ยอย่างจี้หง หวู่เหวินโป๋อึ้งไปอีกครั้ง”
“แกหรอ?”
หลังจากตะลึงชั่วครู่ หลี่ตงชิงมองเฉินเฟิงอย่างเหยียดหยาม หัวเราะแดกดันใส่ว่า “แกเป็นตัวอะไร? มีค่ามาพนันชีวิตกับฉันด้วยงั้นหรอ?”
“การแข่งขันรอบต่อไป ฉันจะแข่งกับแกเอง”
เฉินเฟิงไม่สนใจหลี่ตงชิง แต่จ้องมองผูชางจวู้นเขม็งแทน พูดชัดถ้อยชัดคำว่า: “ถ้าพวกเราแพ้ ชีวิตฉันกับหวู่เหวินโป๋เป็