งของเจินจวินระดับโอสถทองคำเท่านั้นที่จะกวักมือเรียกสิ่งเหล่านี้ได้
ทว่าแม้รู้อย่างนี้ ลวี่หยางกลับไม่คิดจะไล่ตามสิ่งที่เรียกว่า “การวางรากฐานที่สมบูรณ์แบบ”
“แม้ ‘การวางรากฐานที่สมบูรณ์แบบ’ จะฟังดูน่าเกรงขาม แต่ท้ายที่สุดก็เพียงแค่ย่นเวลาบำเพ็ญในอนาคตเท่านั้น ข้ามิใช่ผู้ที่ต้องไปยึดติดกับมันเลย”
“โอกาสแปดส่วนก็พอให้เสี่ยงได้แล้ว!”
“ก่อนอื่น ต้องทะลวงให้ได้เสียก่อน!”
ว่ากันว่า “ยืนสูงจึงมองไกล” เรื่องราวมากมายล้วนต้องรอให้กลายเป็นเจินเหรินวางรากฐานก่อนจึงมีสิทธิ์รับรู้ หากเปรียบเทียบแล้ว คุณประโยชน์ของการทะลวงย่อมเกินพรรณนา
เมื่อคิดตกแล้ว ลวี่หยางก็มิได้ลังเลอีกต่อไป
“คำนวณตามเวลา ตอนนี้ฝั่งอวี้ซู่เจินน่าจะใกล้ถึงเวลาพอดี หากเจ้าหมาป่าเฒ่าแห่งยอดเขาปะสานฟ้ายอมลงมือจริง ๆ นางคงได้ผลแล้วกระมัง”
ลวี่หยางขยับมือร่ายอาคม สะกดจิตคำนวณสถานการณ์ของอวี้ซู่เจินอีกครา
นิกายศักดิ์สิทธิ์ ทะเลเมฆเชื่อมฟ้า
ในแดนลับแห่งหนึ่ง ภายในวิหารทองสัมฤทธิ์โบราณกลางเวหา อวี้ซู่เจินนั่งนิ่งอยู่ในอากาศ ผ้าผืนบางที่ห่มกายไม่อาจบดบังผิวเนื้อขาวผ่องซึ่งบัดนี้กำลังแล่นโลหิตแดงเรื่อ
ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่ง เสี่ยวซือเยี่ยดวงตาแดงฉาน สีหน้าเต็มไปด้วยความฝืนทน ร่างกายกำยำดุจลูกวัว บัดนี้กลับปลดปล่อยพลังหยางรุนแรงออกมาจากทั่วกาย จนตัดกับพลังหยินอันพลุ่งพล่านของอวี้ซู่เจินอย่างชัดเจน เพียงชั่วขณะ ภาพแห่งการบรรจบของหยินหยา