มในฐานะตัวแทนของหวาเซี่ย”
“ผมไม่มีปัญหา” เฉินเฟิงพูดตามความจริง เขาไม่มีปัญหาจริงๆ ในเมื่อเห็นคนหวาเซี่ย ซึ่งเขาก็มีหน้าที่ทำอะไรเพื่อหวาเซี่ยบ้าง อีกอย่าง สถานะของเขาในตอนนี้ยังเป็น ครูฝึกกองกำลังพิเศษมังกร ตามหลักแล้ว การแข่งขันบูโดระดับโลกในครั้งนี้ เขาควรที่จะเข้าร่วม
“ดี ในเมื่อคุณไม่มีปัญหา งั้นการแข่งขันบูโดระดับโลกในครั้งนี้ ผมส่งคุณไป” โจวโพ่คองพูดขึ้น
“ใช่ ท่านผู้อาวุโสโจว เมื่อกี้ที่บอกว่าจะมีคนมาหาเรื่องผม…” เฉินเฟิงถามขึ้นอย่างอดทนไม่ไหว เมื่อกี้โจวโพ่คองพูดว่า จะมีคนหวาเซี่ยมาหาเรื่องเขา แต่พูดได้เพียงครึ่งเดียว โจวโพ่คองกลับเปลี่ยนเรื่อง พูดถึงการแข่งขันบูโดระดับโลกแทน
“คนของตระกูลจิ่ง”
“คนที่จะมาหาเรื่องคุณ เป็นผู้สืบตระกูลจิ่ง” เฉินเฟิงยังพูดไม่จบ โจวโพ่คองก็พูดขึ้นด้วยเสียงเครียดเสียก่อนแล้ว
“ผมได้ข่าวมาว่า ผู้สืบตระกูลจิ่งจะออกมาในเร็ววันนี้ เป้าหมายแรกที่เขาออกมา ก็คือท้าประลองกับคุณ”
“ให้เขามาเถอะ” เฉินเฟิงยิ้มพูดอย่างเรียบเมย หลังจากกลับมาจากเกาะมุ๋ยลาย เขาก็รู้แต่แรกแล้วว่า จะมีผู้สืบตระกูลศิลปะการต่อสู้มาท้าประลองเขา
เดิมคิดว่าผลงานการต่อสู้ของเขาในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ จะทำให้พวกผู้สืบตระกูลศิลปะการต่อสู้พวกนั้นสงบลงบ้าง
แต่คิดไม่ถึงว่า ยังมีคนคิดที่จะท้าประลองกับเขาอยู่
แต่ว่า ผู้สืบตระกูลศิลปะการต่อสู้พวกนี้ไม่ใช่คนโง่
การที่พวกเขากล้าท้าประลองกับเขา แสดง