าที่กำหนด
หลังจากเครื่องบินลงจอดหยุดในที่กำหนดแล้ว แอร์โฮสเตสส่งให้ผู้โดยสารลงจากเครื่องอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับกล่าวลาผู้โดยสาร
เฉินเฟิงลงจากเครื่องบินก่อน เขาลุกขึ้นจนออกไปจากห้องผู้โดยสาร ไม่ได้หันกลับไปมองชายหญิงคู่นั้นอีก ไม่ใส่ใจเรื่องเมื่อกี้ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง เห็นทั้งสองคนนั้นเป็นเพียงอากาศ
“หวาเซี่ยที่หยาบคาย”
หลังจากนั้น ชายหนุ่มตระกูลหลี่ประเทศกาวลี่ พาจีนสี่เย้นกับผู้จัดการเดินออกมาจากห้องผู้โดยสาร มองดูแผ่นหลังของเฉินเฟิง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะด่าขึ้น
“คนหวาเซี่ยไม่เพียงหยาบคาย ยังหน้าไหว้หลังหลอก ทั้งๆที่เขามองฉันอย่างไม่มีมารยาท ยังเผยรอยยิ้มที่ลามก กลับทำเป็นพูดคำพูดแบบนั้นออกมา คนอย่างเขา ต้องอยู่ครองโสดไปตลอด” จีนสี่เย้นก็พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความโมโหและเหยียดหยาม
เฉินเฟิงได้ยินคำพูดของทั้งสองคน แต่ก็ไม่ได้สนใจ เดินมุ่งหน้าไปด้านนอกสนามบินอย่างเดียว
ทางออกสนามบิน หลินหวั่นชีวยืนอยู่ในฝูงคน รอคอยผู้โดยสารที่เดินออกมาอย่างร้อนใจ มองหาเฉินเฟิงในหมู่ผู้คน อยู่อย่างกระตือรือร้น
ในขณะเดียวกัน สายตาของพวกผู้ชายที่อยู่ตรงทางออกสนามบิน ต่างก็หยุดมองบนร่างกายของหลินหวั่นชีว และก็ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว
ทั้งหมดนี้ก็เพราะหลินหวั่นชีว มีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างมาก
เธอปล่อยผมยาวสลวย บนใบหน้าถูกเติมแต่งอย่างประณีตงดงาม สวมชุดคอวีสีแดง
ชุดกระโปรงนั้นถูกออกแบบมาให้โชว์หน