กือบจะทุกคนที่หมอบลงไปบนพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับ
“อย่าลนลาน ทุกคนหมอบลงไปที่พื้น เข้าไปหลบในพุ่มไม้หรือไม่ก็หลังต้นไม้ อย่าพึ่งลุกขึ้นมา เพราะจะทำให้เขาเห็นเราได้!”
และในเวลาเดียวกัน จวั่นฉีโย่เอ้อมั่นใจว่าเฉินเฟิงนั้นอยู่ห่างจากชิงช้าสวรรค์พอสมควร เขาจึงกล้าพูดเพื่อเตือนสติทุกคน
“พวกเราเคยใช้วิธีนั้นแล้ว แต่ว่าไม่มีประโยชน์เลย การเคลื่อนไหวของเขานั้นไม่แน่นอนเลย อยู่ดีๆ ก็โผล่มาทันที!”
“ใช่ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราต้องถูกสังหารกันหมดแน่!”
“ข้าแนะนำว่ารอให้ท่านจายเถิงเหย่สุงกับท่านเชียนเย่จี๋เจิ้งมาก่อน พวกเราค่อยไป!”
จวั่นฉีโย่เอ้อพึ่งจะพูดขึ้นมา ก็มีคนตอบกลับทันที พวกที่ถูกเฉินเฟิงทำให้กลัวจนเกิดความขี้ขลาด ต่างพากันกลัวจนตัวสั่น เอาแต่หมอบคลานที่พื้น และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และหวาดกลัว
“ขี้ขลาดตาขาว!”
และในเวลาเดียวกัน อิงมู่จวั่นเอินก็ถือปืนขึ้นไปบนตึก พอได้ยินพวกนินจาพูดกันแบบนั้น อิงมู่จวั่นเอินก็โมโหอย่างหนัก:” พวกเจ้าไปทำตามที่จวั่นฉีโย่เอ้อบอก จำไว้ นี่คือคำสั่ง! ใครยังจะมาบ่นพรึมพรำ ข้าจะยิงมันทิ้งซะตอนนี้!”
เขายังต้องการใช้นินจาจำนวนเยอะๆเป็นตัวล่อเฉินเฟิน ถ้าหากว่าพวกนี้เอาแต่หมอบที่พื้น อย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถยิงเฉินเฟิงได้
อิงมู่จวั่นเอินไม่ได้กังวลว่าพวกนี้จะไม่ฟังเขา
สำหรับคนที่คอยรับใช้ชาติในประเทศญี่ปุ่นนั้น การแบ่งนินจาออกเป็นกลุ่มนั้นเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแ