สามารถลบล้างความน่าสงสัยในตัวเสี่ยวเฟิงได้หรือยัง?” สือโพ่จุนมองไปทางส้งลี่เฉิงด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูด
ตอนที่สบตาเย็นชาของสือโพ่จุน ส้งลี่เฉิงรู้สึกว่าหน้าของตนเองปวดแสบปวดร้อนไปหมด
“ขอโทษครับ เจ้าสำนักสือ……”
“บอกขอโทษฉันทำไม บอกเสี่ยวเฟิง!” สือโพ่จุนพูดขัดขึ้นมาด้วยเสียงเย็นยะเยือก
น้ำเสียงของส้งลี่เฉิงนิ่งลง มองไปทางเฉินเฟิงด้วยความอับอายขายหน้า แล้วพูด:“ขอโทษด้วย เฉินเฟิง ฉันเข้าใจนายผิด ฉันไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยกับวีรบุรุษอย่างนาย……”
“พี่สือ พูดเรื่องของขวัญนินจาให้ผมฟังเถอะครับ” เฉินเฟิงไม่ได้สนใจส้งลี่เฉิง สำหรับเขาแล้ว เวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรู้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลินหวั่นชีวเป็นอย่างไง สำหรับคนต่ำต้อยอย่างส้งลี่เฉิง มีปากอยู่บนตัว เขาอยากพูดอะไรก็พูดไป
“ขวัญนินจามีอำนาจมากที่ประเทศญี่ปุ่น” สือโพ่จุนพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาองค์กรนี้รับเฉพาะคนที่มีความสามารถ คนของพวกเขาอาจจะมีไม่มากเท่ากลุ่มซานโข่ว แต่ความสามารถของคนของพวกเขากลับเหนือชั้นกว่ากลุ่มซานโข่ว”
“พวกเขาเกี่ยวข้องยังไงกับสมาคมการค้าเชียสุ่ย?” เฉินเฟิงเอ่ยถาม เขาไม่รู้สึกว่ากองกำลังใต้ดินอย่างขวัญนินจา จะสนใจจี๋เจ้าเจินเจี่ย เบื้องหลังของขวัญนินจา ต้องมีจอมยุทธ์ที่มีอำนาจคอยสนับสนุนอย่างแน่นอน
“ความสัมพันธ์ของพวกเขากับสมาคมการค้าเชียสุ่ยไม่ได้ชัดเจน อย่างมากก็แค่เกี่ยวข้องกันทางการค้าเท่านั้น”