ันยอมรับว่าสิ่งที่นายพูดมาทั้งหมดมีหลักการ แต่ฉันไม่ได้เป็นคนจับตัวหวั่นชีวไป” เฉินเฟิงมองส้งลี่เฉิงด้วยสายตานิ่งเฉย
“นายบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่? นายมีหลักฐานไหม?” ส้งลี่เฉิงเลิกคิ้วขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงได้ใจ
“นายอยากได้หลักฐานอะไร?!”
เฉินเฟิงกำลังจะพูด เวลานี้ มีเสียงดังก้องขึ้นมาตรงประตูห้องประชุม
สายตาของทุกคนหันไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว ผู้ชายรูปร่างกำยำเดินเข้ามาด้วยความน่าเกรงขาม
บนตัวของชายหนุ่มมีความสง่าผ่าเผย
“สหพันธ์สงคราม สือโพ่จุน!”
หลังจากเดินเข้ามา ชายหนุ่มรูปร่างกำยำกวาดมองทุกคนในห้องประชุดด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นบอกว่าตนเป็นใคร
ทุกคนหยุดชะงัก คนของสหพันธ์สงคราม อีกทั้งดูจากเหรียญที่อยู่บนตัวของสือโพ่จุน ยังเป็นระดับเจ้าสำนักของสหพันธ์สงคราม
ดวงตาของส้งลี่เฉิงกลอกไปมา จากนั้นรีบลุกขึ้น:“เจ้าสำนักสือมาเพราะเรื่องของคุณหลินใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้อง”
สือโพ่จุนชำเลืองมองส้งลี่เฉิงด้วยสายตาเย็นยะเยือก ตามด้วยพูดออกมาสองพยางค์
สีหน้าของส้งลี่เฉิงฉายความดีใจ:“เจ้าสำนักสือสืบพบอะไรหรือยังครับ ถ้ายังไม่ได้อะไร รุ่นน้องมีคำแนะนำเล็กน้อย”
“พูด!”
“เจ้าสำนักสือ ผมสงสัยว่าคนๆนี้เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการจับตัวคุณหนูหลิน” ส้งลี่เฉิงชี้ไปที่เฉินเฟิง ไม่ว่าการหายตัวไปของหลินหวั่นชีวจะเกี่ยวข้องกับเฉินเฟิงหรือไม่ เฉินเฟิงล้วนน่าสงสัยเป็นอย่างมาก ดังนั้นเวลานี้ เขาจึงโยนความผิดให้กับเฉินเฟ