ไปได้มากว่าหมัดเมื่อสักครู่ของเฉินเฟิงจะมาจากการใช้เวทมนตร์ ไม่อย่างนั้นหลังจากจัดการเยาวชนตัวเตี้ยเขาก็คงไม่นั่งทำสมาธิปรับสมดุลพลังอยู่บนเวทีโดยไม่แม้แต่จะลงจากเวทีแบบนี้หรอก
“ฉันจะรู้ได้ยังไง” จางเทียนเซอส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด วินาทีนี้ในใจของเขาซับซ้อนมาก ด้านหนึ่งก็หวังว่าเฉินเฟิงจะชนะ เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้ส่งผลต่อชื่อเสียงของวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ย หากเฉินเฟิงชนะก็เป็นการเชิดหน้าชูตาให้กับวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ย
แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็ไม่อยากให้เฉินเฟิงชนะ เพราะหากเฉินเฟิงชนะก็เป็นการเปรียบเทียบว่าเขานั้นไร้ความสามารถ
ในฐานะศิษย์เอกของภูเขาหลงหู่ การต่อสู้ในครั้งนี้ประโยชน์ของเขายังไม่มากเท่ากับจอมยุทธ์ฝึกเองคนหนึ่ง หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ชื่อเสียงของภูเขาหลงหู่คงไม่เหลือแล้ว
สามนาทีต่อมาการต่อสู้ในสนามถัดไปก็เริ่มต้นขึ้น
จอมยุทธ์ของสมาคมการค้าเชียสุ่ยที่ขึ้นเวทีในครั้งนี้เป็นเยาวชนสะพายมีด
ศิษย์ของนักบุญมีด!
เพียงแค่แวบเดียวเฉินเฟิงก็รู้ถึงความเป็นมาของเยาวชนคนนี้
เป็นศิษย์ของนักบุญมีดแน่นอน อีกทั้งยังเป็นศิษย์ของนักบุญมีดที่อยู่ในลำดับต้นๆอีกด้วย
เพราะว่ากลิ่นอายจากมีดบนตัวของเยาวชนคนนี้แทบจะแปลงเป็นรูปเป็นร่างได้
นี่เป็นคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าตัวเองเท่าไหร่! หวังเฉียนที่อยู่ด้านล่างเวทีประเมินอยู่ในใจ ในฐานะที่เป็นอัจฉริยะเหมือนกัน เขาค่อนข้างไวต่อกลิ่