ิงก็ถูกกดลึกเข้าไปอีกหน่อย
“ผมควรคิดได้ตั้งแต่แรก” เฉินเฟิงถอนหายใจครั้งหนึ่ง ความจริงแล้วเมื่อกี้ตอนที่คนชุดดำพวกนั้นพาหวางหงอี้ออกมา เขาควรจะคิดได้ว่าหวางหงอี้มีพิรุธ
อาหารและเหล้าบนโต๊ะ หวางหงอี้ก็กิน
ทว่าหวางหงอี้กลับไม่ได้หมดสติ
ทั้งที่หวางซือหยวน หลี่สือผิง เพิ้งเย้นฟางล้วนหมดสติ
ซึ่งมันดูไม่สมเหตุสมผล
“เสี่ยวเฟิง แกรู้ไหม? ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากลงมือเลย แต่แกแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ”
“ขนาดโดนยาพิษไปแล้วแต่พวกมันหกคนยังทำอะไรแกไม่ได้”
หวางหงอี้มองเฉินเฟิงด้วยความไม่เข้าใจ
เขาเป็นคนวางยาพิษเอง
ทว่าตามแผนแล้ว ไม่มีบทที่เขาจะต้องลงมือแบบนี้
เขาคิดว่าอ้านจิ้งชั้นกลางหกคนคงเพียงพอที่จะจัดการเฉินเฟิง
ทว่าความสามารถของเฉินเฟิงกลับเก่งกาจกว่าที่เขาคาดคิด
ไม่ใช่อ้านจิ้งชั้นสุด
แต่เป็นหั้วจิ้งชั้นต้น
เขาจึงจำเป็นต้องลงมือ
“สมาคมการค้าเชียสุ่ยใช่ไหม?”
เฉินเฟิงเงยหน้าขึ้นถาม ตอนนี้เขาเพียงอยากรู้ว่าสมาคมการค้าเชียสุ่ยเป็นคนส่งหวางหงอี้มาใช่หรือไม่
“แกฉลาดมาก”
หวางหงอี้มองหน้าเฉินเฟิงแวบหนึ่ง ประโยคนี้ของเขาก็ถือเป็นการยอมรับไปในตัว
“ห้าปีก่อน หนอนบ่อนไส้ของสหพันธ์สงครามก็เป็นอาใช่ไหม?”
เฉินเฟิงรู้สึกซับซ้อน สหพันธ์สงครามมีหนอนบ่อนไส้อยู่ เมื่อห้าปีก่อนหนอนบ่อนไส้คนนั้นช่วยให้จอมยุทธ์ของสมาคมการค้าเชียสุ่ยแฝงตัวเข้าไปในสมาคมการค้าจงไห่เพื่อลอบฆ่าหัวหน้าสมาคมการค้าจงไห่
ต่อมาคนที่ลอบฆ่าก็ถู