า เขารู้สึกกดดันมาก
ตอนนี้ฉู่ยี่เฟยเดินเข้ามา: “เทียนเซอ อีกเดี๋ยวขึ้นเวทีอย่าตื่นเต้นเด็ดขาดนะ ทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว”
“ยังไงซะนายเป็นศิษย์ก้นกุฎิของอาจารย์ ได้รับการสืบทอดวิชาทั้งหมดจากอาจารย์ ถ้านายทำตามปกติ เจ้าจายเถิงจวั่นจู้นั่นไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของนายแน่”
ฉู่ยี่เฟยคาดหวังกับจางเทียนเซอมาก
ตอนนี้เขาก็จำเป็นต้องคาดหวังกับจางเทียนเซอ
เพราะจางเทียนเซอเป็นยอดฝีมืออันดับสองเบื้องหน้าของสมาคมการค้าจงไห่ ถ้าแม้แต่จางเทียนเซอยังแพ้ งั้นการประลองครั้งนี้ของสมาคมการค้าจงไห่ต้องหวั่นแล้วจริงๆล่ะ
“พี่ฉู่วางใจเถอะ การประลองนี้ผมมีแต่ชนะ รับรองว่าไม่แพ้เด็ดขาด!”
จางเทียนเซอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นเวที ความอยากเอาชนะพลุ่งพล่านในแววตา!
พอเห็นจางเทียนเซอที่แววเอาชนะพลุ่งพล่าน จายเถิงจวั่นจู้เก็บความดูเบาไปและเปลี่ยนเป็นความสงสัยแรงกล้า
“นายเก่งมาก” จายเถิงจวั่นจู้มองจางเทียนเซอ และให้คอมเมนท์ที่หาได้ยากยิ่งออกมา
“นายเองก็ใช่ย่อยเลยนี่” จางเทียนเซอมองจายเถิงจวั่นจู้
จายเถิงจวั่นจู้จู่ๆกลับยิ้มแสยะขึ้นมา: “ถึงนายจะเก่งมาก แต่…ฉันจะเอาชนะนาย เหมือนเอาชนะไอ้ขยะสองตัวก่อนหน้านี้”
“งั้นหรอ? งั้นก็มาสู้กันเลยละกัน” จางเทียนเซอพูดเสียงเรียบ วิธีการปกติของจายเถิงจวั่นจู้คือพูดยั่วยุฝ่ายตรงข้ามก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายสับสนโมโห แล้วค่อยลงมือ
จุดนี้เขามองออกนานแล้ว ดังนั้นเขาจะไม่โดนยั่วย