ากฏตัวบนเรือสำราญลำนี้ ณ ตอนนี้เวลานี้สิ่งที่หลิ่วซวนต้องคิดก็คือประโยคที่ฉู่ชีงฉือพูดเมื่อสักครู่มันหมายความว่าอะไรกันแน่
‘เขาไม่เลือกทั้งสองทาง’
เขาที่ฉู่ชีงฉือเอ่ยถึงคือเฉินเฟิงหรือ?
นี่ฉู่ชีงฉือรู้จักกับเฉินเฟิงหรือ?
ในขณะที่หลิ่วซวนกำลังครุ่นคิดความหมายของประโยคที่ฉู่ชีงฉือพูด ฉู่ชีงฉือก็เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าหลิ่วซวนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เธอมองหลิ่วซวนด้วยสายตาอันเย็นชา “เธอบอกว่าพี่เฉินเป็นคนบ้ากามอย่างนั้นหรือ?”
พี่เฉิน?!
เมื่อได้ยินสรรพนามนี้ หลิ่วซวนก็ตกตะลึงอีกครั้ง
จริงด้วย!
ฉู่ชีงฉือรู้จักกับเฉินเฟิง อีกทั้งความสัมพันธ์ก็ไม่ธรรมดา!
ถึงแม้หลิ่วซวนจะใจหายลงไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว แต่เวลานี้หลิ่วซวนก็ทำได้เพียงหน้าด้านเข้าไว้ “ใช่……เมื่อสักครู่เขาจับก้นฉัน”
เมื่อได้ยินคำตอบของหลิ่วซวน ฉู่ชีงฉือก็ไม่ได้มีสีหน้าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเธอไม่เชื่อที่หลิ่วซวนพูดตั้งแต่แรกแล้ว
ข้อแรกเธอไม่เชื่อว่าเฉินเฟิงจะเป็นคนแบบนั้น
ข้อที่สองถึงแม้เฉินเฟิงจะเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาจริงๆ เขาก็คงไม่เลือกผู้หญิงอย่างหลิ่วซวน
“เธอมีหลักฐานไหม?” ถึงแม้ฉู่ชีงฉือจะเชื่อไปแล้วว่าหลิ่วซวนกำลังใส่ร้ายเฉินเฟิง ทว่าเธอก็ไม่ได้แสดงออกมาสีหน้าอย่างชัดเจน
“ไม่……ไม่มี” หลิ่วซวนตอบกลับอย่างอึกอักพลางส่ายหน้า เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยแล้ว
“เธอไม่มีหลักฐานใช่ไหม?” ฉู่ชีงฉือแสยะยิ้ม