ดนลับ ก็ถูกฆ่าล้างในบัดดล ร่างแปรเป็นไอสีขาวกระจายหายสิ้น
ลวี่หยางเห็นดังนั้นเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะกวาดตามองธงหมื่นวิญญาณยืนยันว่าวิญญาณแท้ของเฉินซิ่นอันยังอยู่ในนั้น อีกไม่นานก็สามารถเรียกออกมาใหม่ได้ เขาถึงค่อยถอนหายใจโล่ง แล้วหันไปโยนวิญญาณธงอีกตนเข้าสู่แดนลับ ทดสอบไปมาหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป
“ให้เข้าแต่ไม่ให้กลับสินะ…”
ลวี่หยางขมวดคิ้วครุ่นคิด “ใช่แล้ว สายปราณกระบี่นี้มีไว้เพื่อกวาดล้างวิถีอสูรวิญญาณ จึงไม่อนุญาตให้ผู้ใดก้าวออกจากแดนลับได้”
“ส่วนเหตุผลที่ให้เข้าได้…มารดามันเถิด นี่มันกำลังโปรยเหยื่อล่อปลานี่นา!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางหางตาก็กระตุก “นี่มันใช้แดนลับเป็นกับดัก ล่อผู้บำเพ็ญวิถีมารเข้าไปเสาะหาโชควาสนา แล้วฆ่าล้างทีเดียว!”
ฝ่ายธรรมะใจดำเกินไปแล้ว!
แม้ลวี่หยางจะไม่มั่นใจว่าความคิดนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่หากเป็นเขาเองก็คงทำแบบนั้นเช่นกันเอาตัวเองเปรียบผู้อื่น ความจริงคงไม่ห่างเกินเก้าในสิบ
ดังนั้นเขาจึงอดทนรออีกหลายเดือน จนกระทั่งร่างจำแลงของปราณแท้จริงบรรพกาลได้บำเพ็ญวิถียุทธ์เทียนเหรินสำเร็จอีกครั้ง จึงค่อยนำมันเข้าไปในแดนลับ
ครานี้ เขามิได้คิดจะถอยออก แต่ให้ร่างจำแลงดำดิ่งเข้าสู่แดนลับโดยตรง
ไม่นาน สิ่งปลูกสร้างมากมายก็ปรากฏในสายตาของลวี่หยาง ส่วนใหญ่กลายเป็นซากกระดูก เหลือเพียงอาวุธวิเศษที่แตกหักเกลื่อนกลาด
ลวี่หยางทอดสายตามองรอบด้าน พบว่าแดนลับอสูรวิญญาณแตกต่