่ใช่การบีบสมาคมการค้าจงไห่ให้หนักเกินไป
หลังจากที่พูดคุยกับฉู่ยี่เฟยเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฉินเฟิงก็ออกจากคฤหาสน์ฉู่ และเดินมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินกับหลี่เล่อ
เมื่อมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน สีหน้าของเฉินเฟิงก็เคร่งขรึมลง
ตำแหน่งรถที่จอดไว้เมื่อครู่ รถออดี้รุ่น A6 ที่เขาเพิ่งซื้อได้ไม่กี่วันเอง ในเวลานี้ถูกคนทุบซะไม่เหลือซาก จนกลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว
กระจกที่เอาไว้กันลม ยังมีขวานดับเพลิงที่สูงครึ่งเอวได้วางเอาไว้ เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่เขากับหลี่เล่อเดินไปแล้ว ก็มีคนเอามันมาทุบจะแหลกละเอียด
“ต้องเป็นไอ้เวรหวู่เหวินโป๋!” ดวงตาหลี่เล่อฉายความโกรธออกมา นอกจากหวู่เหวินโป๋แล้ว ก็ไม่มีใครโมโหกับรถของพวกเขามากมายขนาดนี้
“ต้องเป็นฝีมือหวู่เหวินโป๋แน่ๆ” เฉินเฟิงหรี่ตามอง รถโดนทุบเป็นเศษเหล็ก แต่ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเขา ว่าหวู่เหวินโป๋สามารถทำเรื่องนี้ได้
“พี่เฟิง พวกเราไปหาไอ้เวรนั่นกันไหม ให้มันซื้อรถคืนให้?” หลี่เล่อลองถาม หลังจากที่ชกต่อยหวู่เหวินโป๋แล้ว ความกล้าบ้าบิ่นของเขาก็ไม่น้อยเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่าพูดเรื่องรถยนต์จะมาที่โดนหวู่เหวินโป๋ทุบจนเป็นเศษเหล็กเลย ขนาดหวู่เหวินโป๋มาตัดขาเขาไปข้างหนึ่ง เขายังไม่กล้าไปหาเรื่องหวู่เหวินโป๋เลย แต่ตอนนี้…
“ไม่ต้องไปหาเขาหรอก เดี๋ยวเขาก็มาหาเราเอง” เฉินเฟิงส่ายศีรษะไปมา
“เขาจะมาหาพวกเราเอง?” หลี่เล่อตกตะลึง
“อืม แกคิดว่าทำลายรถของเราแล