ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินเฟิงแล้ว มันช่างสงบนิ่งเหลือเกิน เหมือนว่า ที่อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่ปืน แต่มันเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น
“หวู่เหวินโป๋ใช้ให้พวกแกมาเหรอ?” เฉินเฟิงยิ้มให้ ถึงแม้ว่าปากกระบอกปืนจะอยู่ใกล้ระยะเผาขน แต่ว่าเขากลับไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
“คำพูดของกู มึงฟังไม่เข้าใจเหรอ?!” ชายกำยำที่โพกผ้าทั้งหน้าแล้วถือปืนสายตาคมกริบ
“กูจะพูดครั้งสุดท้ายอีกรอบ ขึ้นรถ หรือว่า ตาย!”
คำพูดนี้ มือที่อยู่ในมือของชายกำยำที่ใส่ผ้าคลุมหน้าไว้นั้น มันห่างจากสมองของเฉินเฟิงเขยิบเข้าใกล้เรื่อยๆ
ภาพนี้ มันทำให้หลี่เล่อขาอ่อนระทวย
ในเวลานั้นเอง เฉินเฟิงก็หัวเราะร่าออกมา “ฮ่าๆ ขึ้นรถกันเถอะ”
“ถือว่ามึงพูดรู้เรื่อง!”
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงยอมร่วมมือด้วย ชายกำยำที่คลุมหน้าก็พูดในลำคอเสียงแข็ง จากนั้นก็เก็บปืนไป
จากนั้น ทางด้านประตูข้างหลังก็เปิดออก
เฉินเฟิงกับหลี่เล่อ –สอดตัวเข้าไปด้านในรถ
หลังจากเข้าไปด้านในรถแล้ว เลยพบว่า ภายในรถนักธุรกิจสีดำคันกว้างขวาง นอกจากชายกำยำที่คลุมหน้าอยู่กับคนขับรถแล้ว ยังมีชายกำยำที่ใส่ชุดสีดำนั่งอยู่อีกสองคน ในมือของชายกำยำสองคนนั้นต่างถือปืนในมือ พร้อมทั้งจ้องมองเฉินเฟิงกับหลี่เล่อด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อเห็นแล้วพลันรู้สึกเหมือนกำลังรบอยู่ ในใจหลี่เล่อตายจนไม่เหลือซาก คนสามคน ปืนสามกระบอก ลำดับต่อไป ความหวังสุดท้าย ก็คงไม่เหลือแล้ว
“ตอนนี้มาตอบคำถามของพวกแกที่ถา