ินเฟิงยิ้มบางไม่ได้ว่าอะไร หลี่สื้อผิงลิงโลดขนาดนี้มันมีเหตุผลแหละ ฐานะของเจ้าเมืองจงไห่ บางทีอาจยังเทียบกับฉู่ชีงฉือไม่ได้เลย
สามารถไปร่วมงานวันเกิดฉู่ชีงฉือได้ หลี่สื้อผิงถือว่ามีฝีมือพอตัว เขาโอ้อวดกับคนอื่นนี่ไม่แปลก แค่โอ้อวดมากไปหน่อยเท่านั้น
“พี่เฟิง…” หลี่เล่อยังอยากโอดครวญอีก ตอนนี้มือถือเฉินเฟิงกลับดังขึ้น
เฉินเฟิงหยิบมือถือมาดู เห็นชื่อที่โทรเข้ามาก็ทำสีหน้าพิลึก
นี่มัน…พูดถึงปุ๊บก็โทรมาเลยแฮะ
“พี่เฟิง คืนนี้ว่างไหมคะ?” ในสายเสียงรื่นหูดังขึ้นมา
ไม่รอเฉินเฟิงตอบ ปลายสายพูดอีก: “ห้ามบอกว่าไม่ว่างนะคะ”
“คุณพูดขนาดนี้แล้ว ผมจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?” เฉินเฟิงยิ้มเศร้า คนที่โทรหาเขาคือฉู่ชีงฉือน่ะเอง
“ฮิฮิ”
“โอเค ไม่แกล้งพี่ละ พี่เฟิง คืนนี้วันเกิดฉัน พี่มาที่คฤหาสน์ฉู่ได้ไหมคะ พวกพี่ใหญ่เขาบอกอยากขอบคุณพี่ต่อหน้าที่ช่วยชีวิตฉันไว้” ฉู่ชีงฉือพูดเสียงอ้อน
“กี่โมงล่ะ?” หลังจากเงียบไปอึดใจ เฉินเฟิงก็ถามขึ้น ถ้าคืนนี้ไม่มีอะไรก็ไปได้ ยังไงซะในสายตาคนนอกตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเขากับตระกูลฉู่ก็ไม่ชัดเจนอยู่แล้ว
“หนึ่งทุ่มตรงค่ะ”
“ได้ ผมจะไปนะ” เฉินเฟิงพยักหน้า
“สัญญาแล้วนะคะ” ฉู่ชีงฉือยิ้มร่า
“จริงสิ พี่เฟิง ก่อนพี่มาถึงโทรบอกฉันนะคะ ฉันจะได้ออกไปรับ” ฉู่ชีงฉือกำชับอีกคำ
“ได้ ไม่มีปัญหา” เฉินเฟิงหัวเราะ งานวันเกิดของตระกูลใหญ่อย่างตระกูลฉู่ ไม่เหมือนงานเลี้ยงวันเกิดของคนธรรมดา งานเลี้ยงว