ทธ์แล้ว อยากจะหนีให้พ้น ก็คงเปลืองแรงเปล่าๆ
อ้านจิ้งชั้นสุดสามคนอยากจะหนี มันยากกว่าขึ้นสวรรค์อีก
“ตอนนี้จินเจี่ยจงมีปฏิกิริยายังไงบ้าง? ” เฉินเฟิงถามขึ้น จอมยุทธ์ทั้งหมดในแดนหวาเซี่ยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหพันธ์ ถึงแม้จินเจี่ยจงจะเป็นปรมาจารย์บูโด ทว่าก็ต้องยอมรับการควบคุมดูแลจากสหพันธ์ ในจินเจี่ยจง ข่าวของลูกศิษย์ทั้งหมด สหพันธ์ก็ต้องลงทะเบียนทั้งหมด ครั้งนี้ข่าวที่อ้านจิ้งชั้นสุดสามคนปล้นนักโทษ แค่ไปสืบหาในสหพันธ์ก็จะรู้เอง
พยานคนและสิ่งของก็อยู่ ต่อให้จินเจี่ยจงมีปากสิบอัน ครั้งนี้เกรงว่าคงจะพูดไม่เคลียร์แน่นอน
“จินเจี่ยจง……” สือโพ่จุนหยุดชะงักไป แล้วพูดขึ้น “จินเจี่ยจงพูดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ลูกศิษย์ในสำนักเป็นคนบงการทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าสำนักเลย”
“ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าสำนัก? ”
“เยี่ยมมากที่บอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับเจ้าสำนัก! ” เฉินเฟิงหัวเราะด้วยเสียงเย็นชาไม่หยุด อ้านจิ้งชั้นสุด ต่อให้จินเจี่ยจงอยู่ในสำนักใหญ่แบบนี้ ก็คือบุคคลที่เป็นถึงขั้นอาวุโส ตอนนี้คนเกิดเรื่อง จินเจี่ยจงกลับบอกว่าทุกอย่างนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขา
ช่างเหลวไหลจริงๆ!
แค่อ้านจิ้งชั้นสุดสามคน จะกล้าเสี่ยงมากถึงขั้นที่ปล้นรถนักโทษของสหพันธ์สงครามโดยอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเจ้าสำนักมอบอำนาจให้งั้นหรอ?
พวกเขาจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้เลยหรอ?
“สหพันธ์สงครามพูดว่ายังไง? ” เฉินเฟิงถามขึ้นอีกประโยค จุดสำคั