เจี่ยจงก็คือหนึ่งในลำดับสิบต้นๆ ของสำนักบูโดหวาเซี่ย พวกเขาหนึ่งสำนักจะมีสามหั้วจิ้ง ทว่าไม่ใช่อะไรที่กระจอกๆ เลย
“งั้นก็ดี” สือโพ่จุนพยักหน้า แล้วพูดขึ้น “เสี่ยวเฟิง ทางฝั่งจินเจี่ยจง ผมจะช่วยคุณจับตามอง มีข่าวอะไร ผมจะรายงานคุณให้เร็วที่สุด”
“รบกวนพี่แล้ว พี่สือ” เฉินเฟิงยิ้มพลางพูด ครั้งนี้ถึงแม้เขาจะคิดแผน ทว่าสือโพ่จุนกลับเป็นคนที่ลงแรงเยอะมาก ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่พูดถึงเรื่องที่ไปเชิญจอมยุทธ์หั้วจิ้งมาแทนนักดาบประเทศญี่ปุ่นท่านั้น สือโพ่จุนก็ต้องมีความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง
หากจินเจี่ยจงไม่ได้คิดจะปล้นนักโทษ งั้นจอมยุทธ์หั้วจิ้งท่านั้น คงจะมาเสียเที่ยว
หลังจากผ่านเรื่องไป สือโพ่จุนต้องรับผิดชอบอีก
ทว่ายังดี จินเจี่ยจงไม่ได้ทำให้เฉินเฟิงผิดหวัง
“เรื่องภาระหน้าที่อันพึงปฏิบัติ พูดไม่ได้ว่ารบกวน” สือโพ่จุนคลายยิ้มพลางพูด ถึงแม้ครั้งนี้ภายนอกแสดงว่าช่วยเฉินเฟิง ทว่าเขาเองก็ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย
หากสามารถสืบหาความจริงที่จินเจี่ยจงกับประเทศญี่ปุ่นร่วมมือกัน งั้นเขาที่เป็นรองประมุขของสหพันธ์สงครามมาหลายปีนี้ คำว่ารองก็สามารถตัดออกไป
“ใช่แล้ว พี่สือ ภายในหลายปีมานี้ มีมหาปรมาจารย์ท่านไหนมาจางโจวไหม” เหมือนจะนึกอะไรออก จู่ๆ เฉินเฟิงเลยถามขึ้น
“เสี่ยวเฟิง นายถามเรื่องนี้ไปทำไม? ” สือโพ่จุนทำสีหน้าที่จริงจังขึ้นมา “การเคลื่อนไหวของมหาปรามาจารย์ไม่สามารถคาดเดาได้ การสืบหาการเคลื่อนไ