่ตนเองร่างกายกำยำเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิง แล้วพูดข่มขู่เฉินเฟิง
“แกนะหรอคู่ต่อสู้ของพี่ก่วน?”
ถึงแม้เฉินเฟิงจะตัวเตี้ยกว่าพวกเขา แต่เวลานี้เฉินเฟิงกลับไม่รู้สึกกลัว
“แล้วยังไง?” เฉินเฟิงกระตุกยิ้มมุมปาก เพื่อนของก่วนฉู่อี้ ประจบคนรวยสี่คำนี้ แสดงได้สมจริงมาก
“ใช่แล้วยังไง?!”
เมื่อได้ยินเฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย สีหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเย็นยะเยือกทันที
ขณะที่เขากำลังจะตวาดสั่งให้เฉินเฟิงคุกเข่า เวลานี้ บอร์ดี้การ์ดของเจียงหมั่นโล๋รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีน่าเกรงขาม
คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดคือผู้ชายตัวสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรร่างกายกำยำล่ำสัน
หน้าตาโหดเหี้ยมของเขาทำให้คนรู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผล
ผู้ชายร่างกายกำยำคนนี้ คือพี่เสือ
“ผู้จัดการหวง ใครเป็นคนอาละวาดครับ?” สายตาดุจเหยี่ยวของพี่เสือกวาดตามองรอบๆ
“เขา เขาเป็นคนทำร้ายคุณชายก่วน” ผู้จัดการหวงชี้ไปที่เฉินเฟิงอย่างจนปัญญา เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเป็นนกสองหัวไม่ได้
เมื่อเทียบกับเฉินเฟิงที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน เขาต้องเลือกก่วนฉู่อี้มีอำนาจอยู่แล้ว
สิ้นเสียงของผู้จัดการหวง สายตาเย็นยะเยือกของพี่เสือจับจ้องไปที่เฉินเฟิง
ไม่มีคำพูดใด พี่เสือเดินขึ้นหน้า ยกแส้ในมือขึ้นมา
แส้สีดำพุ่งไปแล้วฟาดหน้าของเฉินเฟิง
ใบหน้าของก่วนฉู่อี้กระตุกยิ้มที่น่ากลัว แส้นี้ลงไป หัวของไอ้เหี้ยนี่ คงจะแตกเหมือนแตงโมระเบ