นเฟิงส่ายหน้า จากนั้นพูดขึ้น:“อาเจียง เรื่องของหวั่นชีว รบกวนคุณอย่าพูดออกไป”
“วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่คนปากโป้ง” เจียงจุงถิงพยักหน้า เขากับสือโพ่จุนสนิทกัน ต้องรู้อยู่แล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่เรียบง่ายเหมือนอย่างที่เห็น
นอกจากโลกของคนทั่วไปแล้ว ยังมีโลกของจอมยุทธ์
ในโลกของจมยุทธ์ อันตรายกว่าโลกของคนทั่วไปไม่เพียงแค่ร้อยเท่า
หลินหวั่นชีวในวันนี้ บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับความลับสำคัญของโลกจอมยุทธ์ก็ได้
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล สีหน้าของเฉินเฟิงเคร่งขรึมเล็กน้อย
ถึงแม้ตอนนี้หลินหวั่นชีวไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว แต่เรื่องที่เธอยอมเสี่ยงตายเพื่อช่วยตนเองเป็นความจริง
ถ้าไม่ใช่เพราะมีพลังต้นของมหาปรมาจารย์คอยปกป้องเอาไว้ หลินหวั่นชีวคงตายตั้งแต่ตอนที่ถูกรถชนแล้ว
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฉินเฟิงกดโทรหาฉินเสวี่ยนหรัว
นี่เป็นครั้งแรก ที่เขามาจงไห่แล้วเป็นฝ่ายติดต่อหาฉินเสวี่ยนหรัวก่อน
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอต้องให้คำตอบหลินหวั่นชีว
หลังจากปลายสายรับโทรศัพท์ ยังไม่ทันรอให้เฉินเฟิงพูด ปลายสายฉินเสวี่ยนหรัวก็พูดขึ้นมาก่อน:“ฉันรู้ว่านายจะถามอะไรฉัน แต่ฉันไม่สามารถบอกนายได้”
“ทำไมล้ะ?” น้ำเสียงของเฉินเฟิงนิ่งมาก นิ่งจนทำให้หัวใจของคนหนาวเย็น
“นายทำอะไรพวกเขาไม่ได้” น้ำเสียงของฉินเสวี่ยนหรัวดูเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังเคล้าไปด้วยความจนปัญญา
ดวงตาของเฉินเฟิงหรี่ลง:“นี่ไม่ใช่เหตุผล”
“นี่คือเหตุผล!”