อี จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?” สือโพ่จุนกล่าวอย่างครุ่นคิด
“จินเจี่ยจง”
จนในที่สุดเฉินเฟิงก็คาย 3 คำนั้นออกมา
เมื่อได้ยิน 3 คำนั้น ลูกศิษย์ของสือโพ่จุนหัวหดทันทีทันใด เหงื่อเย็นๆก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังทันที หลังจากนั้นมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง สือโพ่จุนลดเสียงลงและเอ่ยปากพูด “เสี่ยวเฟิง อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าคนนอกเด็ดขาด มันจะเป็นอันตรายถึงตายได้”
เฉินเฟิงยิ้มแห้งๆ “พี่สือวางใจได้ ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น ฉันเห็นว่าคุณเป็นคนกันเอง จึงพูดไปเช่นนั้น ต่อหน้าคนนอก ฉันคงจะไม่ทำเช่นนี้หรอก”
“งั้นก็ดี” สือโพ่จุนเช็ดเหงื่อเย็นๆบนหัว จึงรู้สึกโล่งใจ
จินเจี่ยจง แต่เป็นปรมาจารย์สำนักระดับสุดยอดในวงการศิลปะการต่อสู้ ณ จงไห่ แม้ว่าจะกวาดตามองไปทั่วหวาเซี่ย จินเจี่ยจงก็ยังเป็นปรมาจารย์สำนักหนึ่งในสิบอันดับผู้ยิ่งใหญ่
เพียงแค่จอมยุทธ์อ้านจิ้ง จินเจี่ยจงก็มีถึง 30 คน !
นอกจากจอมยุทธ์อ้านจิ้ง 30 คน จินเจี่ยจงยังมีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้อีก 4 คนซึ่งออกนั่งบัญชาการรักษาการณ์ด้วยตันเอง
หั้วจิ้งชั้นต้น 2 คน หัวจิ้งชั้นกลาง 2 คน และหั้วจิ้งชั้นสุด 1 คน!
ล้วนเป็นมหาอำนาจอันดับต้น ๆ ของโลก
เป็นไปได้ จินเจี่ยจงที่มีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้เช่นนี้ ตำแหน่งวงการศิลปะการต่อสู้ ณ จงไห่ จะสูงส่งแค่ไหน
เฉินเฟิงกล่าวว่านักดาบญี่ปุ่นที่อยู่ด้านหน้านี้มีความสัมพันธ์กับจินเจี่ยจง หากว่ามีหลักฐานก็ดี หากว่าไม่มีหลักฐาน งั้นจินเจี่ยจง