องไฟยังไงอย่างนั้น ทันใดนั้นก็ยิ่งทำให้หลินหลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เธอก้าวเท้าเดินมายังตรงหน้าของหลินหวั่นชีว ยกมือขึ้นอยากจะสะบัดมือตบเข้าไปที่หน้าของหลินหวั่นชีว
แต่ฝ่ามือยังไม่ทันได้ประทับไปที่หน้า ก็ถูกเฉินเฟิงจับไว้กลางอากาศแล้ว
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ” เฉินเฟิงเอ่ยปากพูดอย่างเย็นชา เรื่องนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหลินหวั่นชีวแต่อย่างใด ตั้งแต่ต้นจนจบ หลินหวั่นชีวไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย
ดังนั้น เขาไม่สามารถ ให้หลินหวั่นชีวโดนตบได้
“ไอ้เศษสวะ!ปล่อยกู!”
หลินหลันโกรธจนระเบิดออกมาแล้ว เธอคิดไม่ถึงว่า เฉินเฟิงยังกล้าจะมาขว้างเธอไว้!
แต่เฉินเฟิงกลับไม่ได้ปล่อยมือไป และยังขยับสายตาไปมองเสี้ยเมิ่งเหยา เขาอยากรู้ ทำไมเสี้ยเมิ่งเหยามาอยู่ที่นี่ได้ แล้วอีกอย่าง ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ เป็นใครกัน?
ตอนที่เฉินเฟิงกำลังมองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยา เสี้ยเมิ่งเหยาก็มองมาที่เฉินเฟิงเช่นกัน
แต่ว่าสายตาของเสี้ยเมิ่งเหยา ในขณะนั้นกลับว่าสงบจนน่าประหลาดใจ
ไม่พูดออกมาแต่อย่างใด ทั้งสองคนต่างก็จ้องมองหน้ากันแบบนี้ จนกระทั่งหลินหลันเอ่ยปากพูดเสียงแหลมออกมา ความเงียบสงบนี้ถึงได้ถูกทำลาย
“ไอ้เศษสวะ มึงหูหนวกแล้วหรือไง?!กูให้มึงปล่อยกู มึงไม่ได้ยินเหรอ?!”
“มึงมันคนหน้าไม่อาย เพิ่งจะหย่าร้างกับเสี้ยเมิ่งเหยาได้ไม่กี่วัน มึงก็เจ้าชู้ไก่แจ้ไปทั่วแล้ว?!”
“มึงไม่ละอายใจต่อเสี้ยเมิ่งเหยาบ้างเหรอ?!”หลินหลั