่แกต้องพูด!”
ไม่ได้ให้โอกาสให้หลินหวั่นชีวได้อธิบายเพิ่มอีก หลินหลันก็ขยับสายตามองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยาอีก : “ลูกสาว ก่อนหน้านี้ที่แม่เคยบอกว่าไอ้เศษสวะนี้ชอบไปทำเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่ข้างนอก ลูกไม่เชื่อแม่ แต่มาวันนี้ ลูกก็ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว”
“นังจิ้งจอกแพศยาที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็คือคนนั้นที่ลูกเจอที่โรงพยาบาลครั้งที่แล้ว”
“ไอ้เศษสวะคนนี้ คบหากับนังจิ้งจอกแพศยาคนนี้ตั้งนานแล้ว!”
“เป็นแบบนี้เหรอ?” เสี้ยเมิ่งเหยาเงยหน้าขึ้นมาทันที ใบหน้าที่งดงามมีความซีดขาวเล็กน้อยพร้อมมองตรงมายังเฉินเฟิง
“ผมไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับหวั่นชีว” เฉินเฟิงหยุดไปชั่วขณะ เอ่ยพูดพร้อมถอนหายใจทันที
เขาไม่โทษที่เสี้ยเมิ่งเหยาสงสัยตัวเอง ฉากตรงหน้านี้ ถ้าเปลี่ยนมาเป็นตัวเขา ก็คงจะสงสัยตัวเองเหมือนกัน
“ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้น?!”หลินหลันยิ้มเยาะทันที
“ถ้ามึงกับนังจิ้งจอกแพศยาคนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น กูจะไปกินขี้!”
เสี้ยเมิ่งเหยาเม้มริมฝีปากสีแดง ไม่พูดออกมาสักคำ เธอก็อยากจะเชื่อเฉินเฟิงอยู่หรอก แต่ฉากที่อยู่ตรงหน้า กลับทำให้เธออดไม่ได้ที่จะสงสัย
แม้แต่คำว่าพี่สะใภ้อู่จื้อเคอก็เรียกออกมาแล้ว……
อีกอย่าง หน้าตาของหลินหวั่นชีว ก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเธอเลย……
“เมิ่งเหยา ลูกก็อย่าเสียใจไปเลย แม้ว่าพฤติกรรมของไอ้เศษสวะนี้จะทำให้คนขยะแขยงมาก”
“แต่นี้ก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับลูกพอดีเลย ได้เห็นธาตุแท้ของไอ้เศษสวะคนนี้”