่งนี้เรื่องนี้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน”
“หมอนี่ชาติที่แล้วกอบกู้จักรวาลไว้ใช่ไหมเนี่ย? รู้จักนางฟ้าอย่างหลินหวี่นชีวก็แล้ว ตอนนี้ยังรู้จักเทพธิดาฉู่อีก”
พอเฉินเฟิงออกมา ก็โดนสายตาริษยานับพันจับจ้องมาที่เขา
เชื่อว่า ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ตอนนี้เฉินเฟิงคงตายไปไม่ต่ำกว่าแสนครั้งแล้ว
“ไม่เจอกันนานเลย คุณเฉิน” ฉู่ชีงฉือยิ้มหวานให้
“ไม่เจอกันนานเลย คุณหนูฉู่” เฉินเฟิงยิ้มขืน ฉู่ชีงฉือทำแบบนี้เขารับมือไม่ทันจริงๆ
“คุณเฉินคงไม่โทษฉันที่ทำอะไรโดยพลการใช่ไหม?” ฉู่ชีงฉือกระพริบตาปริบๆถาม เธอก็ไม่รู้ว่าในหัวเธอคิดอะไรถึงทำแบบนี้
บางทีอาจเพราะได้ฟัง《เฟือร์เอลีเซอ》ของเฉินเฟิงแล้วรู้สึกไม่สุด หรือบางทีแค่อยากร่วมงานกับเฉินเฟิงสักครั้ง
สรุปแล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เธอก็ทำให้เฉินเฟิงขึ้นมาบนเวทีได้แล้ว
“ถ้าผมบอกว่าโทษ คุณหนูฉู่จะให้ผมลงจากเวทีไหม?” เฉินเฟิงยิ้มเศร้าถาม
“แหะๆ ไม่แน่นอนค่ะ” ฉู่ชีงฉือยิ้มฮี่ๆ กว่าเธอจะมีโอกาสแบบนี้มันไม่ง่ายเลย เธอไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปง่ายๆหรอก
เปียโนที่เฉินเฟิงเล่นเมื่อกี้ถูกนำขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง
ทั้งสองคนสบตากันครั้งหนึ่ง
ฉู่ชีงฉือเดินมาที่กลางเวที หยิบไมค์ขึ้นมา
เฉินเฟิงยกมือขึ้น
ทั่วทั้งงานเงียบกริบจนเข็มตกสักเล่มคงได้ยิน
สิบนิ้วของเฉินเฟิงบรรเลงไปบนแท่นเปียโน แป้นกดดำขาวสลับกันไปมา อินโทรที่ไพเราะดังขึ้น
ผู้ฟังรู้สึกทั้งไพเราะและผ่อนคลาย
หลายวินาทีผ่านไป ฉู่ชีงฉือยิ