ด้วย
“นายแน่ใจ? คนแพ้ต้องไปจากหวั่นชีวนะ..”
“แน่ใจ จะแข่งบุ๋นหรือบู้ นายเลือกเลย ไม่ว่าจะแบบไหนฉันรับคำท้าหมด” เฉินเฟิงพูดเสียงเรียบ วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือคุณชายหยิ่งทระนงอย่างไป๋เหวินซั่วคือ ใช้ความสามารถที่เหนือกว่าจัดการเขาให้อยู่หมัด
“นายรับหมด? นายจะเอาอะไรมารับ?” ไป๋เหวินซั่วยิ้มเย็นอย่างดูถูก เจ้าโง่เฉินเฟิงยังคิดว่าตัวเองเก่งอีก แค่ไอ้กระจอกที่ขับรถซานตาน่ามือสอง มีอะไรมาเทียบกับผู้สืบทอดกิจการหมื่นล้านอย่างเขาได้กัน?
“นายไม่ต้องยุ่งว่าฉันใช้อะไรรับ นายแค่บอกว่าจะบุ๋นหรือบู้ก็พอ” เฉินเฟิงพูดเสียงเรียบ
“บุ๋นละกัน บู้คงไม่ต้องหรอก ฉันกลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาแล้วจะซ้อมนายจนปางตาย วันนี้เป็นฤกษ์ดี ไม่ควรเห็นเลือด” ไป๋เหวินซั่วพูดอย่างเย่อหยิ่ง เดิมเขาคิดจะเลือกประลองบู้ แล้วซ้อมเฉินเฟิงปางตายกลางเวที ให้บทเรียนที่เฉินเฟิงจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต แต่ถ้าทำแบบนี้จะส่งผลกระทบด้านลบต่อชื่อเสียงมหาลัยจงไห่ ทำให้คณาจารย์ไม่พอใจเขาได้
“บังเอิญจริง ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เฉินเฟิงเลิกคิ้วบอก จำเป็นต้องพูดจริงๆว่า โชคของไป๋เหวินซั่วไม่เลวเลย ถ้าเขาเลือกประลองบู้ คงไม่มีแม้แต่โอกาสจะลงมือ
“นายก็คิดแบบนี้ด้วย?” ไป๋เหวินซั่วหลุดหัวเราะพรืด ขยะอย่างเฉินเฟิงกล้าพูดโอ้อวดคำโตไม่กลัวกลืนน้ำลายตัวเองหรือไง?
“ใช่” เฉินเฟิงยังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม
“ดี ดีมาก!”
“ในเมื่อนายจะแข่งบุ๋น งั้นฉันก็จะแ